top of page

ยอดจับปลาหมอคางดำ พุ่ง 126 ตัว ชาวประมงชี้ "เจอ แจ้ง จับ จบ" ไม่พอ ต้องมีค่าหัว ด้านนักวิชาการเตือนเสี่ยงลามทั่วลุ่มน้ำ

24 กันยายน 2569 เวลา 11:55:00

1835

eye.png
ยอดจับปลาหมอคางดำ พุ่ง 126 ตัว ชาวประมงชี้ "เจอ แจ้ง จับ จบ" ไม่พอ ต้องมีค่าหัว ด้านนักวิชาการเตือนเสี่ยงลามทั่วลุ่มน้ำ

ภูมิภาค

ยอดจับพุ่ง 126 ตัว ชาวประมงชี้ "เจอ แจ้ง จับ จบ" ไม่พอ ต้องมีค่าหัว ด้านนักวิชาการเตือนเสี่ยงลามทั่วลุ่มน้ำ พร้อมยก "ปลาดุกยักษ์" เป็นเคสการันตีเปลี่ยนเอเลียนสปีชีส์เป็นรายได้


ชาวประมงเขื่อนลำปาวจังหวัดกาฬสินธุ์ ลั่น "ตั้งค่าหัวตัวละ 20 บาท" ล่าปลาหมอคางดำ ชี้ "เจอ แจ้ง จับ จบ" ไม่เวิร์ก เพราะจับได้ก็ไม่บอก ขณะที่ยอดจับเพิ่มพุ่งเป็น 126 ตัว ด้าน อาจารย์มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ เตือน "ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ" ปลาหมอคางดำโผล่ลำปาว เสี่ยงลามลุ่มน้ำชี-มูล-โขง พร้อมเปิด 5 แผนรับมือ  ดัน“ปลาหมอคางดำ” วายร้ายชายฝั่งไทย สู่ “เมนูเด็ด”อีสาน พลิกเอเลียนสปีชีส์เป็นเงิน ยกเคส ปลาดุกยักษ์การันตี


เมื่อวันที่ 24 กันยายน  2569 ปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคงดำ ที่เขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ ชาวประมงพื้นบ้าน และ ประมงอาสา ยังคงออกหาปลาตามปกติและยังคงตรวจหาปลาที่มีลักษณะคล้ายปลาหมอคงดำ เพื่อรายงานต่อกรมประมง โดยวันนี้ผู้สื่อข่าวได้ไปพบกับ นายยุติธรรม ภูบัวนาค อายุ 38 ปี ชาวประมงพื้นบ้าน บ้านหนองสรวง ต.หนองสรวง อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ ผู้จับปลาหมอคางดำในเขื่อนลำปาวเป็นคนแรกและโพสต์ภาพลงเพจ "ยุติธรรม คนหากินริมเขื่อน" เมื่อ 31 ส.ค. ที่ผ่านมา ที่ได้ออกมาเปิดใจถึงแนวทางกำจัดปลาชนิดนี้ที่ได้ผลที่สุดในมุมมองของเขา คือการสร้างแรงจูงใจให้ชาวประมงด้วยการ ตั้งค่าหัวล่า ซึ่งดีกว่าการปูพรมจับต่อเนื่อง และดีกว่ามาตรการ "เจอ แจ้ง จับ จบ" เพราะที่ผ่านมาอาจมีการพบมากกว่านี้ แต่ไม่มีการรายงาน


นายยุติธรรมเล่าว่า ภาพที่โพสต์จนเป็นกระแสทำให้สังคมตื่นตัวว่าปลาหมอคางดำแพร่ระบาดถึงเขื่อนลำปาวแล้ว ซึ่งเป็นจังหวัดแรกในภาคอีสานจาก 21 จังหวัดทั่วประเทศที่พบการระบาด โดยก่อนหน้านี้พบมากในภาคกลางและภาคใต้ คำถามแรกที่ตามมาคือ มันมาโผล่ที่นี่ได้อย่างไร? และยังเป็นการจุดประเด็นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมประมง ต้องหาวิธีรับมือ ต่อมาภาครัฐจัดหน่วยเฉพาะกิจเคลื่อนที่เร็ว ระดมประมงอาสา ให้ความรู้ชาวประมงรอบเขื่อนในการค้นหาและตรวจจับ พร้อมรายงานผลรายวัน ตามข่าวจับได้เฉลี่ยวันละ 3-10 ตัว ล่าสุดยอดสะสมอยู่ที่ 118 ตัว ยอมรับว่าแนวทางรัฐ "ถูกทาง" แต่ไม่ทันใจ

กล่องสีขาว.jpg

นายยุติธรรม มองว่า แนวทางของรัฐถูกต้อง แต่ผลอาจมาช้า เพราะเขื่อนลำปาวกว้างใหญ่ และเชื่อว่าปลาชนิดนี้อาจถูกนำมาปล่อยนานแล้ว โดยสังเกตจากปลาที่จับได้มีหลายขนาด ทั้งเล็ก กลาง และใหญ่ ส่วนตัวที่เขาจับได้บริเวณท้ายเขื่อน บ้านนาอวน รอยต่อบ้านหนองสรวง ด้วยตุ้มตาข่ายกว้าง 8 ซม. มีขนาดใหญ่กว่าทุกตัวที่พบในภายหลัง และมองว่าทำไมจุดแรกพบ กลับไม่เจอเพิ่ม เป็นประเด็นที่มีการตั้งข้อสังเกตคือ ช่วงหลังชาวประมงไม่พบปลาในพื้นที่ที่พบครั้งแรก (ต.หนองสรวง อ.หนองกุงศรี) แต่กลับพบบริเวณท้ายเขื่อน บ้านคำเขื่อนแก้ว ต.สำราญใต้ อ.สามชัย นายยุติธรรมซึ่งเป็นประมงอาสาด้วย ให้ความเห็นว่าชาวประมงโซนนี้และใกล้เคียงอาจจับได้เรื่อย ๆ มาระยะหนึ่งแล้ว เพียงแต่ ไม่ได้สังเกตว่าเป็นปลาหมอคางดำ เพราะรูปร่างคล้ายปลานิลมาก”


นายยุติธรรม อธิบายว่า ชาวประมงพื้นบ้านหากินเพื่อยังชีพ ได้น้อยก็ทำกินในครัวเรือน ได้มากก็แบ่งขายเป็นค่าเทอมลูก ค่าน้ำ ค่าไฟ ชาวประมงบางคนจึงมองว่าการรายงานเป็นเรื่องยุ่งยาก ปลาจะกลายเป็นของกลางถูกนำไปวิจัย ซ้ำยังเสียเวลาทำมาหากินเพราะต้องให้ข้อมูลเจ้าหน้าที่ "สู้จับได้ไม่พูดจะดีกว่า" เขาระบุ และเป็นไปได้ว่านี่คือเหตุผลที่ไม่มีรายงานพบเพิ่ม จึงมองด้วยว่าการปูพรมจับต่อเนื่องอาจไม่คุ้มเสีย เพราะต้องใช้คน เรือ และเครื่องมือจำนวนมากเป็นเวลานาน ขณะที่มาตรการ "เจอ แจ้ง จับ จบ" อาจไม่ได้รับความร่วมมือเท่าที่ควร แต่ชาวประมงพร้อมร่วมมือเต็มที่หากมีสิ่งจูงใจที่คุ้มค่า จึงข้อเสนอ ค่าหัวตัวละ 20 บาท เพราะปัจจุบันปลาที่ชาวประมงรอบเขื่อนจับได้ขายเฉลี่ย กก.ละ 5-20 บาท ตามขนาดและชนิดปลา นายยุติธรรมจึงเสนอให้ภาครัฐตั้งราคารับซื้อปลาหมอคางดำ เช่น ตัวละ 20 บาท ให้ชาวประมงรวบรวมไว้ แล้วให้เจ้าหน้าที่ประมงมารับซื้อสัปดาห์ละครั้ง รับรองชาวประมงกระตือรือร้นและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี


“ส่วนพฤติกรรมของปลา นายยุติธรรมระบุว่าชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงริมตลิ่งน้ำตื้นที่มีพืชน้ำให้ซ่อนตัว การที่มันอยู่รอดในน้ำจืดของเขื่อนลำปาวได้แสดงว่าปรับตัวเก่ง และเขาตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีการผสมพันธุ์กับปลานิล เพราะหลายตัวที่จับได้หน้าตาคล้ายกันมาก หากไม่ดูคาง เกล็ด และหางจริง ๆ แทบแยกไม่ออก อย่างไรก็ตาม เขาชี้ว่าเขื่อนลำปาวมีปลานักล่าขนาดใหญ่ เช่น ปลาชะโด ปลาช่อน ปลาบู่ และปลาตองลาย อยู่หนาแน่น หากอาหารในน้ำลึกหายาก ปลาหมอคางดำตัวเล็กที่ออกลูกมากในน้ำตื้นก็อาจกลายเป็นเหยื่อของปลาเหล่านี้ได้เช่นกัน”นายยุติธรรม กล่าวในที่สุด

กล่องสีขาว.jpg

ขณะที่คณะเทคโนโลยีการประประมง มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ดร.เกษม เชตวัน อาจารย์ประจำ สาขาเทคโนโลยีการประมง คณะเทคโนโลยีการประมง มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์(กรรมการประมงประจำจังหวัดกาฬสินธุ์) เปิดเผยว่า การพบปลาหมอคางดำในเขื่อนลำปาวครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็น "ตัวชี้วัด" สำคัญที่สะท้อนว่ามีคนตัดสินใจนำปลาชนิดนี้ปล่อยลงสู่ลุ่มน้ำลำปาวโดยตรง ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมา ที่น่ากังวลยิ่งกว่านั้นคือ เส้นทางน้ำจากลำปาวเชื่อมต่อไปยังลุ่มน้ำชี ลุ่มน้ำมูล และไหลลงสู่แม่น้ำโขง เปิดโอกาสให้ปลาต่างถิ่นชนิดนี้แพร่กระจายเป็นวงกว้างได้ไม่ยาก ด้วยอัตราการขยายพันธุ์ที่รวดเร็วและความทนทานสูง


อาจารย์เกษมเผยข้อมูลสำคัญว่า ย้อนไปช่วงปี 2545-2546 สมัยที่ยังเป็นราชมงคลกาฬสินธุ์ เคยสำรวจพบสัตว์น้ำจืดในลุ่มน้ำลำปาวมากถึง 124 ชนิด ครอบคลุมตั้งแต่จังหวัดอุดรธานีถึงกาฬสินธุ์ ประกอบกับข้อมูลจากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีที่เก็บข้อมูลพันธุ์สัตว์น้ำในลุ่มน้ำมูล-ชีที่เชื่อมกับโขง “เชื่อมั่นว่าใช้เวลาไม่นานปลาหมอคางดำจะเพิ่มจำนวน และแน่นอนว่าจะกระทบวิถีชีวิตของประชาชนในลุ่มน้ำลำปาว" อาจารย์เกษมกล่าวเตือน


ดร.เกษม กล่าวว่า ในฐานะสถาบันที่คร่ำหวอดด้านเทคโนโลยีการประมงมากว่า 38 ปี มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์วางแผนรับมือไว้ 5 ด้าน ได้แก่ 1. สำรวจการแพร่กระจาย ศึกษาว่าปลาหมอคางดำกระจายตัวมากน้อยเพียงใด และปัจจัยที่เร่งการแพร่ระบาด 2.ประเมินผลกระทบต่อปลาพื้นถิ่น ทั้งด้านบวกและลบต่อพันธุ์ปลาน้ำจืดดั้งเดิม 3.ตรวจสอบระบบนิเวศ-คุณภาพน้ำ ดูความเปลี่ยนแปลงในเขื่อนลำปาว 4.สร้างเครือข่ายเฝ้าระวัง ใช้เทคโนโลยีติดตามการกระจายตัวแบบเรียลไทม์ 5.ศึกษาความเป็นไปได้เชิงเศรษฐกิจ พลิกวิกฤตเป็นโอกาส หากพัฒนาเป็นสินค้าแปรรูปได้ โดยเครือข่ายประมงลุ่มน้ำลำปาวเตรียมเสนอโครงการทั้ง 5 ประเด็นต่อรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มีกำหนดลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ในวันเสาร์นี้ โดยให้ประธานสหกรณ์ผู้เลี้ยงปลาลุ่มน้ำลำปาวเป็นผู้นำเสนอ พร้อมความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ สำนักงานประมงจังหวัด และศูนย์วิจัยพัฒนาประมงน้ำจืดภาคอีสาน


อาจารย์เกษมชี้ให้เห็นความแตกต่างที่น่าสนใจ ในพื้นที่ 3 สมุทร (น้ำกร่อย-น้ำเค็ม) ที่ปลาหมอคางดำระบาดหนักและสร้างความเสียหายต่อสัตว์น้ำเศรษฐกิจ ประชาชนกลับไม่นิยมบริโภคปลาชนิดนี้เพราะรสชาติไม่ถูกปาก แต่สำหรับอีสานซึ่งเป็นเขตน้ำจืดและมีวัฒนธรรมการกินที่ต่างออกไป อาจเป็นโอกาสพลิกวิกฤต พร้อมยกตัวอย่าง "ปลาดุกยักษ์" หรือปลาดุกรัสเซีย ที่ครั้งหนึ่งเคยถูกมองเป็นเอเลียนสปีชีส์ แต่วันนี้มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์นำมาแปรรูปจนกลายเป็นสินค้าเกรดพรีเมียม สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้จริง


ดร.เกษม กล่าวทิ้งท้ายด้วยข้อความถึงพี่น้องประชาชนว่า ให้ติดตามข่าวสารอย่างมีสติ เพราะขณะนี้ยังมีข้อมูลด้านโทษมากกว่าประโยชน์ที่ต้องศึกษาต่อไป สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือให้ชาวบ้าน ประมงพื้นบ้าน และโรงเรียนในพื้นที่ ช่วยกัน "ชี้เป้า" จุดที่พบการระบาด เพื่อให้หน่วยงานรัฐเร่งหาทางป้องกันแก้ไขได้ทันท่วงที

กล่องสีขาว.jpg

ส่วนการพบปลาหมอคางดำ ตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 69  ล่าสุดมีรายงานว่าชาวประมงบ้านคำเขื่อนแก้ว ตำบลสำราญใต้ อำเภอสามชัย จังหวัดกาฬสินธุ์ จับปลาหมอคางดำได้เพิ่มอีก 8 ตัว อยู่ที่บริเวณด้านตอนเหนือเขื่อนลำปาว ด้วยแหและตาข่ายดักปลา ทำให้ปัจจุบันมียอดสะสมแล้ว 126 ตัว นอกจากนี้รายงานแจ้งว่า ในวันที่ 26 กันยายน 2569 เวลา 10.00 น.นายวัชระพล ขาวขำ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการติดตามสถานการณ์และแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ พร้อมคณะ จะลงพื้นที่เขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ โดย จุดแรกจะไปที่ ท่าเรือสหัสขันธ์ อ.สหัสขันธ์ และจะลงเรือเดินทางมุ่งหน้าไปยังจุดบ้านนาอวน อ.หนองกุงศรี บริเวณที่พบปลาหมอคางดำครั้งแรก และยังเดินทางไปอีกหลายจุดตลอดทั้งวัน ที่จะมีการตรวจเยี่ยมฟาร์มกระชังเลี้ยงปลา การสร้างความรับรู้กับชาวบ้านขชาวประมง ประเด็นการจำแนกปลานิลกับปลาหมอคางดำฯ เบื้องต้นประมง จ.กาฬสินธุ์ ได้ประสานเครือข่ายเจ้าหน้าที่ เครือข่าวประมงพื้นบ้านเขื่อนลำปาว พร้อมระดมกำลังทั้งในระดับอำเภอ กำนัน และผู้ใหญ่บ้านและประชาชนร่วมมือกันจับปลาหมอคางดำ  ด้วยเป้าหมายสำคัญเร่งด่วน คือ ควบคุม และจำกัดวงไม่ให้แพร่ระบาดอย่างเต็มที่.

กล่องสีขาว.jpg

วิทยาลัยการปกครองรวมพลังน้ำใจ จัดทำอาหารและน้ำดื่ม 2,400 ชุด ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม พร้อมเปิดพื้นที่รองรับผู้อพยพ

1865

eye.png

ข่าวประชาสัมพันธ์

กล่องสีขาว.jpg

"สนธิ" ถล่ม "ชัชชาติ-บริหาร กทม." ไม่ซื่อสัตย์ อัดผังเมืองเอื้อทุนอสังหาฯ นัดเดินสายทวงคืนประเทศที่อุดรฯ-ภูเก็ต

2584

eye.png
นครพนมเปิดเวที “ประโยชน์การใช้ AI ต่อชุมชน” ดึงนักเรียน–อสม.–ผู้นำชุมชนกว่า 500 คน เรียนรู้เทคโนโลยีใกล้ตัว
คณะอนุกรรมการฯ ไซเบอร์ ร่วม คณะทำงานฯ ยาเสพติด เดินหน้าขยายผล ยึดทรัพย์เครือข่าย SCAMMER – ยาเสพติด - ฟอกเงิน

คณะอนุกรรมการฯ ไซเบอร์ ร่วม คณะทำงานฯ ยาเสพติด เดินหน้าขยายผล ยึดทรัพย์เครือข่าย SCAMMER – ยาเสพติด - ฟอกเงิน

อาชญากรรม

การเมือง-การเมืองท้องถิ่น

ไอที-ยานยนต์

นครพนมเปิดเวที “ประโยชน์การใช้ AI ต่อชุมชน” ดึงนักเรียน–อสม.–ผู้นำชุมชนกว่า 500 คน เรียนรู้เทคโนโลยีใกล้ตัว

1958

eye.png

2342

eye.png
ความคิดเห็น

แชร์ความคิดเห็นของคุณเชิญแสดงความคิดเห็น คุณคือคนแรกที่แสดงความคิดเห็นที่นี่

ข่าวภูมิภาคทั้งหมด

ท้องฟ้าสีฟ้าคราม

มอดไม้เหิมบุกเขาคอกระยอง ตัดยางจนเหี้ยนเตียน นายทุนขนแบ็กโฮ-แรงงาน จมูกไว เผ่นหนีก่อน จนท.ตรวจสอบ

2 กันยายน 2569 เวลา 20:30:00

1287

eye.png
ท้องฟ้าสีฟ้าคราม

นครพนมขับเคลื่อน “หมู่บ้านรักษาศีล 5” สร้างความปรองดองสมานฉันท์ ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอำเภอวังยาง

2 กันยายน 2569 เวลา 19:30:00

678

eye.png
ท้องฟ้าสีฟ้าคราม

ดินสไลด์ปิดทางเข้าบ้านทุ่งแดง นอภ.แม่สะเรียง นำทีมเจ้าหน้าที่ ลุยโคลนส่งข้าวสารอาหารแห้งช่วย

2 กันยายน 2569 เวลา 20:24:00

813

eye.png
ท้องฟ้าสีฟ้าคราม

ผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน ลงพื้นที่บ้านนาปลาจาด เยี่ยมปชช. มอบสิ่งของช่วยเหลือ ส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรและพัฒนาภาคการเกษตร

2 กันยายน 2569 เวลา 18:50:00

881

eye.png
ท้องฟ้าสีฟ้าคราม

พ่อเมืองแม่ฮ่องสอน ส่งมอบบ้านตามโครงการบ้านห่วงใยจากใจ GLO ประจำปี 2569 ช่วยเหลือครัวเรือนที่มีที่อยู่อาศัยไม่มั่นคง

2 กันยายน 2569 เวลา 20:17:00

846

eye.png
ท้องฟ้าสีฟ้าคราม

ม.นครพนม จัดพิธีทำบุญตักบาตรวันคล้ายวันสถาปนา ครบรอบ 21 ปี

2 กันยายน 2569 เวลา 17:15:00

753

eye.png
ท้องฟ้าสีฟ้าคราม

ราชบุรี แจงดราม่า “ปิดเทศบาลบ้านฆ้อง” หลังเพจ STRONG ตั้งข้อสังเกต ยอมรับ“ประกาศผิดพลาด”

2 กันยายน 2569 เวลา 20:10:00

1034

eye.png
ท้องฟ้าสีฟ้าคราม

สภาท่องเที่ยวฯ–สื่อแม่ฮ่องสอน ตบเท้าขอบคุณ "สว.กัลยา" สว.ลำพูน ช่วยเป็นกระบอกเสียงกลางสภา สะท้อนวิกฤตความเหลื่อมล้ำ

2 กันยายน 2569 เวลา 15:18:00

862

eye.png
bottom of page