ชาวบ้านทิยาเพอ อ.สบเมย ยันไม่เอาเหมืองแร่ ร้องอำเภอเร่งตรวจสอบ หลังเคยค้านมาแล้ว 2 ครั้ง รวมถึงปัญหาสารปนเปื้อน
24 กันยายน 2569 เวลา 14:05:00
1915
ชาวบ้านทิยาเพอ ต.สบเมย อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน กังวล ร้อง 7 ข้อ ขอระงับเหมืองแร่ หลังพบเสาหมุดใหม่ในลำห้วย ชี้ไม่เคยได้รับข้อมูล-EIA และ ในพื้นที่ยังพบสารปนเปื้อนสูงเร่งให้ทางอำเภอตรวจสอบ
วันที่ 24 กันยายน 2569 ณ วัดทิยาเพอ ต.สบเมย อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ชาวบ้านทียาเพอ หมู่ที่ 8 ต.สบเมย อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ได้ร่วมตัวกัน เพื่อทำการ ยื่นหนังสือร้องเรียนถึง นายคำผัน โมกไธสง นายอำเภอสบเมย ขอให้ตรวจสอบการดำเนินการเกี่ยวกับการทำเหมืองแร่ในพื้นที่ หลังเคยแสดงเจตนาคัดค้านมาแล้วหลายครั้ง แต่ล่าสุดกลับพบมีการปักหมุดสำรวจใหม่ในแหล่งน้ำสำคัญของชุมชน สร้างความกังวลเรื่องผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ สุขภาพ และวิถีชีวิต โดยในการประชุมครั้งนี้ มี นายศรราม พิมานพนา เป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอน เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอสบเมย นายมานพ เพ็ญเดือนงาม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสบเมย นายวิชัย เลิศพาณีลลิต กำนันตำบลสบเมย นายวรินทร ทุ่งท้องไร่ รักษาการ.ผอ.รพ.สต.เลโค๊ะ และตัวแทนบริษัทเหมืองแร่

หนังสือร้องเรียนดังกล่าว อ้างอิงข้อร้องเรียนเดิมเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2564 และหนังสือจากอำเภอสบเมยและจังหวัดแม่ฮ่องสอนในปี 2568 โดยระบุว่า ชาวบ้านทียาเพอ ได้รับทราบข้อมูลว่าเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2540 ได้มีบริษัทหรือผู้ประกอบการเข้ามาดำเนินการทำเหมืองแร่ และต่อมาในปี พ.ศ. 2558 ห้างหุ้นส่วนจำกัดฯ แห่งหนึ่ง มีความประ สงค์จะขอเปิดดำเนินการเหมืองแร่อีกครั้ง โดยอ้างพื้นที่ที่เคยแจ้งและทำความเข้าใจกับชุมชน รวมถึงมีการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดตั้งคณะกรรมการมวลชนสัมพันธ์ การบริหารกองทุนเฝ้าระวังสุขภาพ และการพัฒนาหมู่บ้านรอบพื้นที่เหมืองแร่ ก่อนการดำเนินการขออนุญาตเปิดกิจการเหมืองแร่

อย่างไรก็ตาม ประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่ยืนยันว่า ไม่เคยได้รับข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับกระบวนการดังกล่าวอย่างชัดเจน และไม่เคยมีโอกาสพูดคุยกับเจ้าของหรือผู้มีอำนาจของบริษัทโดยตรง อีกทั้งประชาชนบางส่วนไม่ได้มีส่วนร่วมในกระบวนการต่างๆ อย่างเพียงพอ ในปี พ.ศ. 2568 ประชาชนในพื้นที่ได้มีการแสดงความไม่เห็นด้วยต่อการดำเนินการเหมืองแร่ แต่กลับปรากฏว่ามีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการเปิดดำเนินกิจการเหมืองแร่ในพื้นที่อีกครั้ง จนทำให้ทางด้านประชาชนมีข้อสงสัยว่า ภายหลังจากที่ประชาชนได้แสดงเจตนาไม่เห็นด้วยและยื่นหนังสือคัดค้านแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยว ข้องได้พิจารณาข้อคิดเห็นและข้อคัดค้านดังกล่าวอย่างไร และกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการขออนุญาตหรือการเปิดดำเนินกิจการเหมืองแร่ได้ดำเนินการตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องครบถ้วนหรือไม่

นอกจากนี้ ในปี พ.ศ. 2568 ประชาชนในพื้นที่ยังได้รับทราบผลการตรวจวัดอย่าง ซึ่งพบการปนเปื้อน สารหนูในแหล่งน้ำของชุมชน ตามผลการตรวจพื้นบ้านพร้อมหนังสือฉบับนี้ ทำให้ประชาชนมีความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความปลอด ภัยของแหล่งน้ำ สุขภาพของประชาชน และการดำรงชีวิตของคนในชุมชน เพื่อให้ข้อเท็จจริงมีความชัดเจนและเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง ชาวบ้านจึงยื่นข้อเรียกร้อง 7 ข้อ ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
1.ตรวจสอบกระบวนการขอทำเหมืองแร่ทั้งหมด ตั้งแต่ต้นจนได้ใบอนุญาต โดยเฉพาะ EIA มีส่วนร่วมของชุมชนจริงไหม
2.ทบทวนหนังสือคัดค้านของชาวบ้านที่เคยยื่นไปแล้ว ว่าหน่วยงานเอาไปพิจารณาอย่างไร
3.ตรวจสอบเวทีรับฟังความคิดเห็นที่ผ่านมา ทำถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ชาวบ้านได้รับข้อมูลเพียงพอหรือเปล่า
4.ส่งหน่วยงานวิชาการมาตรวจคุณภาพน้ำ ดิน ตะกอน อย่างเป็นระบบ และเปิดเผยผลให้ชาวบ้านรับรู้
5.ขอให้อำเภอและอุตสาหกรรมจังหวัด ระงับ / ชะลอ กิจกรรมเหมืองแร่ไว้ก่อน จนกว่าจะตรวจสอบข้อเท็จจริงชัดเจน
6.เปิดเผยข้อมูลทั้งหมดที่ประชาชนมีสิทธิรู้ ทั้งสถานะประทานบัตร ใบอนุญาต เงื่อนไขต่างๆ และผลตรวจสิ่งแวดล้อม
7.หากตรวจพบว่าทำผิดกฎหมาย หรือกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพจริง ขอให้ยุติการทำเหมืองแร่ ในพื้นที่ของบ้านทียาเพอ ทันที
ชาวบ้านทิ้งท้าย ขอให้ตรวจสอบเรื่องนี้อย่างโปร่งใส เป็นธรรม และให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมรับรู้ข้อมูลทุกขั้นตอน เพราะเรื่องนี้กระทบโดยตรงกับแหล่งน้ำ ป่า สุขภาพ และชีวิตของคนทั้งชุมชน.
สุกัลยา บัวงาม / แม่ฮ่องสอน

“GULF-AIS” ยกระดับวงการลูกหนังไทย มอบทุนแข้งเยาวชนไทยลีก 3 ทุกทีมทั่วประเทศ “ปูร ากฐานฟุตบอลท้องถิ่น ผลักดันสู่มืออาชีพควบคู่การศึกษา”
1775
ข่าวประชาสัมพันธ์

กกต.เปิดรับสมัครนายกเล็กเมืองพัทลุง ใหม่ 20-25.ก.ย. ล่าสุดศาลปกครองสงขลา ให้ทุเลาคำสั่งของ ผวจ. ให้นายกฯ พ้นตำแหน่ง
2178


End Game !! “เจ้ก้อย ห้วยโป่ง” ปกครองระยองบุกล็อกคาบ้าน ยึด ยาบ้า 103 เม็ด-ไอซ์ 2.36 กรัม เล้นเอาขำกลิ้ง อ้างเสพแก้หอบ