นครพนม-สุดช้ำ สองผัวเมียเก็บเงินนาน 16 ปีหวังได้บ้านในฝัน ผู้รับเหมาทำชุ่ยทิ้งงาน ต้องทุบทิ้งสูญเงินครึ่งล้าน
2 สิงหาคม 2569 เวลา 11:51:00
490
จากกรณี นางสาวยลดา อนุวรรณ หรือกิ๊ก อายุ 34 ปี ชาวบ้านพนอมทุ่งหมู่ 4 ต.พนอม อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.ณัฐวัตร บุพศิริ รองสารวัตรสอบสวน สภ.ท่าอุเทน เพื่อขอให้ดำเนินคดีกับนายเมฆ (นามสมมติ) และ นางกวาง (นามสมมติ) ผู้รับเหมาสองผัวเมีย หลังว่าจ้างให้รีโนเวทบ้านในราคา 710,000 บาท แต่สุดท้ายกลับได้บ้านในสภาพที่ไม่ตรงตามวิชาช่างก่อสร้าง ก่อนจะทิ้งงานไป
ต่อมา วันที่ 1 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านที่เกิดปัญหา พบช่างก่อสร้างชุดใหม่กำลังช่วยกันรื้อเสาปูน และผนังที่ไม่ได้มาตรฐานออกทั้งหมด เพียงใช้ค้อนทุบไม่กี่ที หลังคาก็พังยุบลงมา บ่งบอกถึงความไม่แน่นหนาของตัวโครงสร้าง
โดย น.ส.กิ๊กและสามีคือนายดิษพัฒน์ ศรีวรสาร หรือแซม อายุ 38 ปี เล่าด้วยใบหน้าที่ห่อเหี่ยวว่า เงินที่นำมารีโนเวทบ้านมาจากการไปทำงานอยู่โรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ที่ จ.สมุทรปราการนานถึง 16 ปี เงินเดือนได้รับแต่ละเดือน จะนำไปซื้อทองคำแท่งเก็บออมสะสมไว้ ตั้งแต่ราคาทองคำบาทละ 32,000 บาท ช่วงต้นปี 2569 ราคาทองพุ่งถึงบาทละ 80,000 บาท จึงเอาไปขายได้เงินมา 740,000 บาท
จากนั้นก็ลงเฟซบุ๊กส่วนตัว ประกาศหาช่างก่อกำแพงบ้าน ล้อมเนื้อที่ 3 งานเศษ โดยมีผู้เสนอราคามาหลายคน และมาถูกใจกับสองผัวเมียคู่นี้ เพราะเสนอราคาต่ำกว่าคนอื่น จึงนัดมาดูหน้างานกัน โดยตกลงราคากันที่ 2 แสนบาทเศษ ซึ่งตอนนั้นดูราบรื่นดีและมีความสนิทสนมกันเหมือนพี่เหมือนน้อง

น.ส.กิ๊กยอมรับว่าตนไม่มีความรู้เกี่ยวกับการสร้างบ้าน หรือรีโนเวทบ้านมาก่อน ระหว่างนั้นนายเมฆก็แนะนำให้รีโนเวทบ้านหลังเก่า ซึ่งเดิมปลูกเป็นชั้นเดียว โน้มน้าวให้ยกตัวบ้านให้สูงขึ้น เพื่อทำเป็นสองชั้น ก็จะได้พื้นที่เพิ่มขึ้ นทั้งห้องรับแขก ห้องนอนและห้องน้ำ ตนกับสามีก็ไม่ขัดข้องตกลงครั้งแรกในราคา 530,000 บาท จ่ายเป็นงวดๆรวม 5 งวด และเริ่มลงมือในเดือนมีนาคม 69 ซึ่งตนกับสามีไม่ได้คุมงาน เพราะต้องกลับไปทำงานที่ จ.สมุทรปราการ แต่จะติดตามความคืบหน้าทางเฟซบุ๊กหรือไลน์ โดยนายเมฆกับนางกวางจะต้องส่งภาพให้ดูทุกวัน

ไม่นานนายเมฆอ้างว่าตัวบ้านไม้ผุหมดแล้ว เสนอให้เปลี่ยนเป็นโครงสร้างเหล็ก และต้องเพิ่มเงิน 180,000 บาท ไหนๆก็ไหนแล้วก็ตกลงตามนั้น ขณะเดียวกันยังเกรงว่าเงินอาจไม่พอ จึงไปติดต่อขอกู้เงินออมทรัพย์หมู่บ้าน 200,000 บาท และกองทุนเลี้ยงชีพบริษัทอีก 230,000 บาท รวมเป็น 430,000 บาทเพื่อมาสำรองไว้ ระหว่างดำเนินการนายเมฆมักอ้างนู้นอ้างนี่ เพื่อขอเบิกเงินล่วงหน้าเสมอ ด้วยความคิดที่ว่าจ่ายเงินเร็วงานก็เสร็จเร็ว จึงโอนเงินไปตามที่ผู้รับเหมาขอเบิก
เริ่มเอะใจในเดือนเมษายน 69 ช่วงสงกรานต์ ตนพร้อมสามีกลับมาดูบ้าน เห็นสภาพบ้านที่บิดเบี้ยว จึงโทรศัพท์ไปถามนายเมฆ ได้คำตอบว่างานยังไม่เสร็จอย่าเพิ่งติ และพยายามจะขอเบิกงานส่วนที่เหลืออีกประมาณ 60,000 บาท ตนเห็นว่าไม่ไหวแล้วจึงไม่ยอมให้เบิก เพราะเนื้องานเอาจริงๆยังไม่ได้คืบหน้าไปถึงไหน จากนั้นนายเมฆพร้อมเมียก็เริ่มห่างไป โทรถามก็อ้างเดี๋ยวลูก เดี๋ยวผัว เดี๋ยวเมียป่วย และทิ้งงานไปในที่สุด โทรหาก็ไม่รับสาย จึงรู้ว่าถูกหลอกแน่นอนแล้ว
จากนั้นได้ไปปรึกษาทางคดีกับนักกฎหมาย เบื้องต้นได้แค่ฟ้องร้องทางแพ่งเท่านั้น บังเอิญตนเก็บเอกสารที่นายเมฆกับเมียมายื่นให้ทุกอย่าง ก็เจอใบเสนอราคาของร้านวัสดุก่อสร้างแห่งหนึ่งในตัวเมือง อ.ท่าอุเทน ที่อ้างว่าได้สั่งซื้อบัวตกแต่งหน้าต่างบ้านในราคา 19,000 บาท ตนได้โอนเงินจำนวนดังกล่าวเข้าบัญชีธนาคารของนางกวาง แต่กลับไม่เห็นวัสดุที่นายเมฆกล่าวอ้าง ด้วยความสงสัยตนได้ไปสอบถามทางร้าน ได้รับคำตอบว่าสองผู้เมียคู่นี้ไม่เคยมาซื้อสินค้าที่ร้านแม้แต่ครั้งเดียว และพร้อมจะเป็นพยานให้ จึงนำหลักฐานมาแจ้งความดำเนินคดี ในฐานความผิดหลอกลวงฉ้อโกงเป็นคดีอาญา

ด้าน น.ส.วรรณพร สัพโส อายุ 32 ปี ผู้รับเหมาที่เข้ามาแก้ไขงานที่นายเมฆทิ้งไว้ เปิดเผยว่าเป็นงานแก้ที่หยาบมาก และไม่เคยเห็นเช่นนี้ที่ไหนมาก่อน เพราะเสารวม 21 ต้นไม่มีเหล็กข้ออ้อยเป็นตัวยึดโครงบ้าน ระหว่างชั้นบนกับชั้นล่างแม้แต่ต้นเดียว กลับใช้เหล็กปลอกสวมแทน เหมือนเป็นการหลอกผู้ว่าจ้าง เมื่อเทปูนลงไปเหล็กกับปูนไม่จับตัวกัน จึงทำให้ตัวเสาเกิดการโค้งงอ พื้นบ้านก็ไม่มีการเทคานยึดโยง มีโอกาสสูงที่ตัวบ้านจะพังทลายลงมาทั้งหลัง
ต่อมา น.ส.กิ๊กได้บอกให้ผู้สื่อข่าวลองโทรศัพท์หานายเมฆผู้รับเหมา เพราะตนโทรไปหาก็ไม่รับสาย ปรากฏว่านางกวางเป็นผู้รับสาย อ้างว่าตอนนี้มารับเหมาสร้างบ้านอยู่แถวรังสิต ชานเมืองกรุงเทพฯ เพื่อหาเงินมาคืนให้แก่ น.ส.กิ๊ก และตอบไม่ตรงคำถามเลี่ยงซ้ายเลี่ยงขวา
โดย น.ส.กิ๊กเผยต่อว่าหลังได้นำเรื่องราวลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว ปรากฏว่ามีหลายคนเข้ามาสอบถามว่าผู้รับเหมารายนี้เป็นใครมาจากไหน พอบอกไปทุกคนต่างพูดว่าโดนสองผัวเมียคู่นี้ เสียเงินไปหลายแสนเช่นกัน.

กรมสมเด็จพระเทพฯ ทอดพระเนตรวิจัยเกล็ดเลือดเข้มข้นและเซลล์บำบัด มข. ยกระดั บบัตรทอง-ลดพึ่งพาต่างชาติ
2490
ข่าวประชาสัมพันธ์

ครม.ไฟเขียวงบกลางปี 70 เยียวยาน้ำท่วมเพิ่มเติม 10,500 ล้านบาท พร้อมต่ออายุ “ภูมิวิศาล” “อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด
2774


หิ้วหนุ่ม 19 ทำแผนแทงดับพ่อค้าพวงมาลัย! มือมีดวัย 20 หนีหมายจับ อ้างแค้นเก่าเคยถูกผู้ตายไล่แทง







