นนทบุรี - เวทีประชุม ศจย. ชงภาษีสุขภาพ คุม “หวาน-เค็ม-เมา-ควัน“ ลดการเข้าถึงสินค้าก่อโรคเรื้อรัง
8 สิงหาคม 2569 เวลา 03:27:00
416
วันที่ 7 สิงหาคม 2569 ดร.นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ศ.เกียรติคุณ พญ.สมศรี เผ่าสวัสดิ์ นายแพทยสภา นายสุทธิพงษ์ วสุโสภาพล รองเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ดร.โอลิเวีย นีเวรัส (Dr.Olivia Nieveras) ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขอาวุโส ประจำองค์การอนาโลกประเทศไทย และ ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ร่วมกันแถลงข่าว ภายใต้แนวคิดหลัก “หวาน เค็ม เมา ควัน : กับดักสินค้าทำลายสุขภาพเรื้อรัง” (Commercial Determinants of Health: CDoH) ณ ห้อง Grand Ballroom โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ สไตลิช คอนเวนชั่น โฮเทล จังหวัดนนทบุรี วันที่ 2 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการจัดงานประชุมวิชาการสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 24
นพ.โสภณ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยเจอวิกฤติด้านสาธารณสุขจากกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง มีผลจากการสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ กินหวาน มัน เค็ม และพฤติกรรมการขาดการออกกำลังกาย นำมาซึ่งการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร และก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจมหาศาลถึง 1.6 ล้านล้านบาทต่อปี หรือ 9.7% ของ GDP โดยสินค้าทั้ง 4 ประเภท คือ อาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลและเกลือสูง สุรา และยาสูบ เรียกง่ายๆ ว่า “หวาน เค็ม เมา ควัน” เป็นสินค้าอันตรายที่กำหนดสุขภาพ หรือ Commercial Determinants of Health (CDoH)
“กระทรวงสาธารณสุขมีจุดยืนชัดเจนในการไม่สนับสนุนบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าทุกรูปแบบ จำกัดการโฆษณาและกิจกรรมการส่งเสริมการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมาย ลดการเข้าถึงอาหารหวาน มัน เค็ม และอาหารแปรรูปที่ไม่ดีต่อสุขภาพและเพิ่มเข้าถึงอาหารที่ดีต่อสุขภาพและปลอดภัย”

ศ.เกียรติคุณ พญ.สมศรี กล่าวถึงโรค NCDs คร่าชีวิตคนไทยไม่ต่ำกว่าปีละ 3-4 แสนคน ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมการกินหวาน มัน เค็ม ขณะที่การดื่มสุราทำให้สมองเสีย การสูบบุหรี่มวนทำให้เกิดโรคถุงลมโปร่งพอง เกิดโรคมะเร็ง และล่าสุดบุหรี่ไฟฟ้า อันตรายจากนิโคตินในบุหรี่ไฟฟ้า ถือเป็นภาระที่หนักมากของสาธารณสุขไทย
ศ.เกียรติคุณ พญ.สมศรี จึงมีข้อเสนอเร่งด่วน 1.ช่วยกันผลักดันบรรจุกให้นิโคตินอยู่ในบัญชีสารเสพติดของประเทศ ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายกับบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเด็ดขาด ไม่ให้เป็นสินค้าถูกกฎหมาย และใช้มาตรการทางภาษีที่เหมาะสมเพื่อแก้ไขปัญหาพฤติกรรมสุขภาพของคนไทย
ดร.โอลิเวีย กล่าวสนับสนุนภาษีเพื่อสุขภาพจะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณสุข เศรษฐกิจและสังคม ประชาชนจะบริโภคสินค้าทำลายสุขภาพน้อยลง เพราะสินค้า หวาน เค็ม เมา ควัน เหล่านี้จะมีราคาแพงขึ้น ส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยโรคหัวใจ มะเร็ง เบาหวาน และโรค NCDs อื่นๆ ลดลงด้วยเช่นกัน
นายสุทธิพงษ์ วสุโสภาพล รองเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า แม้จะมีความพยายามในการสื่อสารเรื่องปัจจัยเสี่ยง ”หวาน เค็ม เมา ควัน“ มาอย่างต่อเนื่อง แต่ความสำเร็จยังคงจำกัดเนื่องจากข้อจำกัดเชิงโครงสร้างที่ทำให้สินค้าและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำลายสุขภาพ มีความได้เปรียบในการเข้าถึงมากกว่าทางเลือกเพื่อสุขภาพ ดังนั้นข้อเสนอเชิงนโยบายต่อรัฐบาล เพื่อยกระดับการแก้ไขปัญหา NCDs ให้เป็นวาระแห่งชาติ ทั้ง มาตรการภาษีเพื่อสุขภาพ เศรษฐศาสตร์พฤติกรรม ปรับสภาพแวดล้อมในสถานศึกษา ที่ทำงาน และพื้นที่สาธารณะ ให้การเลือกสิ่งที่ดีต่อสุขภาพเป็นทางเลือกหลัก สร้างระบบแรงจูงใจระดับประเทศ พัฒนาระบบคะแนนสะสมสุขภาพ (Health Point/CCC) จูงใจให้เกิดการปรับพฤติกรรมยั่งยืน ลงทุนในพื้นที่สุขภาวะที่เอื้อต่อสุขภาพ หนุนเสริมให้ อปท. ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดี และบูรณาการแบบองค์รวม ยกระดับ NCDs Ecosystem เป็นวาระร่วม

สุดท้าย ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ภาคีสมาคมเครือข่ายโรคไม่ติดต่อแห่งประเทศไทย กล่าวถึงมาตรการลดโรค NCDs ที่ดีที่สุด นอกจากการรณรงค์ให้ความรู้ถึงอันตรายที่จะเกิดจากสินค้าทำลายสุขภาพ และ แก่เด็ก/ครอบครัว โรงเรียน และการมีส่วนร่วมของชุมชนแล้ว รัฐบาลมีภาระหน้าที่ที่จะต้องกำหนดนโยบายสาธารณะ ซึ่งจะส่งผลถึงการควบคุม/การลดการเข้าถึงสินค้าทำลายสุขภาพด้วยการห้ามโฆษณาส่งเสริมการขาย การลดจำนวนจุดขายปลีก และการใช้มาตรการทางภาษีเพื่อให้สินค้าทำลายสุขภาพมีราคาแพงขึ้นเพื่อลดการบริโภค
“มาตรการควบคุมยาสูบ ที่ยังรอให้ดำเนินการมาเกือบ 8 ปี ทั้งปรับโครงสร้างบุหรี่มวนให้เหลืออัตราเดียว ขึ้นภาษียาเส้น ลดจำนวนร้านขายปลีกบุหรี่ ฯลฯ หากเราไม่จัดการนโยบายสาธารณะเหล่านี้ อัตราการสูบบุหรี่ของประเทศไทยจะไม่ลดลงไปกว่านี้อีกแล้ว กฎหมายเกี่ยวกับสาธารสุขออกมาหมดแล้ว แต่ยังไม่เพียงพอ”
ศ.นพ.ประกิต กล่าวถึงจำนวนร้านขายปลีกบุหรี่ในประเทศไทย 4.8 แสนราย ขณะที่สหรัฐฯ มี 3.8 แสนราย งานวิจัยชี้ชัดยิ่งมีร้านขายบุหรี่มากเยาวชนยิ่งติดบุหรี่มาก ถามว่าเป็นไปได้อย่างไรไทยมีร้านฯ มากกว่าสหรัฐฯ ฉะนั้น ปัญหาสำคัญที่สุดของประเทศนี้ คือ ผู้ใหญ่ในประเทศนี้คิดว่าการลดปัจจัยเสี่ยงทั้งหลายเป็นหน้าที่ของประชาชน และ สสส. ถือเป็นความผิดพลาดและอันตรายอย่างยิ่ง ทำให้นโยบายสาธารณะไม่ถูกขับเคลื่อน

ทั้งนี้ ภายหลังจบการแถลงข่าว 4 ภาคีเครือข่าย “หวาน เค็ม เมา ควัน” ยื่นข้อเสนอเชิงนโยบาย ร่วมด้วย ดังนี้
ผศ.ดร.นพ.วิชช์ เกษมทรัพย์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ เสนอ 7 นโยบายสำคัญเพื่อควบคุมบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า โดยเน้นย้ำจุดยืนในการคงกฎหมายห้ามนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า ,ผลักดันนโยบาย Nicotine-Free Generation เพื่อตัดวงจรการระบาดในกลุ่มเยาวชน พร้อมเสนอให้ปรับโครงสร้างภาษียาสูบเป็นอัตราเดียวเริ่มต้นที่ 30% เพื่อนำรายได้ไปจัดตั้งกองทุนเยียวยาชาวไร่ยาสูบ ปรับภาษียาเส้น ห้ามบุหรี่เมนทอล ตลอดจนนำเทคโนโลยี AI และภาคประชาชนมาช่วยแจ้งเบาะแสปราบปรามบุหรี่เถื่อน
นอกจากนี้ยังเน้นการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ทั้งกระทรวง DES, พม. และ ศธ. เพื่อควบคุมการเข้าถึงสื่อโซเชียลของเด็ก เสริมความเข้มแข็งให้สถาบันครอบครัว และเร่งขยายโครงการโรงเรียนปลอดบุหรี่ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ขณะที่เครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน เสนอปรับมาตรการภาษีให้การจัดเก็บเครื่องดื่มในกลุ่มที่ใช้สารทดแทนความหวาน และการทำให้เกิดฉลากสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นปริมาณน้ำตาล เกลือ และไขมัน เพื่อสร้างความรอบรู้ที่ให้ประชาชนและสามารถตัดสินใจในการซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีสุขภาพมากขึ้นและซื้อกลุ่มที่เสี่ยงต่อสุขภาพน้อยลง
เครือข่ายลดบริโภคเกลือและโซเดียมของประเทศไทย เสนอให้ปรับเปลี่ยนจากการขอความร่วมมือ มาเป็นการใช้ มาตรการบังคับทางกฎหมายผ่านภาษีโซเดียม (Sodium Tax) ควบคู่กับการกำหนดเกณฑ์มาตรฐานปริมาณโซเดียม (Sodium Benchmark) สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารประเภทต่างๆ ของประเทศ
สุดท้าย ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา เสนอการปฏิรูประบบควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งระบบผ่านเสนอ “นโยบาย 5 ป. ลดภัยแอลกอฮอล์” ปลด (ล็อก) ให้ยาก, เป่าให้จริง, ประคองให้ถึง, ป้องให้ทัน และ ปรับให้แพง

หอการค้าสมุทรสงคราม เตรียมจัดใหญ่ “เทศกาลกินปลาทู ชูปลาทู GI กว่า 50 เมนู ดันเมื องสู่ Gastronomy City
580
ข่าวประชาสัมพันธ์

เดือดกลางวงประชุม!! “สส.ปาร์ค” เปิดปม Data Center บ้านฉาง จี้เปิดข้อมูลรอบด้าน หวั่นเห็นแค่ภาพฝัน ลั่น ปชช.ได้อะไร?!?
402


น้องเขยสุดทน พี่เมียตบแม่ยาย คว้าลูกซองยาวซัลโวทันควัน ดับคาบ้าน ยืดอกรับผิดรอมอบตัวตร.







