รองนายก ทรงศักดิ์ ทองศรี ประชุมด่วน กรณีอุทกภัยในสถานการณ์"ลุ่มน้ำน่าน"
20 สิงหาคม 2569 เวลา 20:15:00
765
เมื่อเวลา 09.00 น.วันนี้ 20 สิงหาคม 69 ที่ ห้องประชุมน้ำวัง ชั้น 4 สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ถนนติวานนท์ ตำบลปากเกร็ด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยลุ่มน้ำน่าน โดยมี นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการ สทนช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์มีผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน , ปภ.จังหวัด, อธิบดีกรมทางหลวง, รองอธิบดีกรมชลประทาน และผู้ว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
สำหรับวาระการประชุมในครั้งนี้ ได้แก่
การรับฟังรายงานสภาพอากาศ สถานการณ์น้ำ และการคาดการณ์
รายงานน้ำหลาก ดินโคลนถล่ม และสถานการณ์น้ำที่ได้รับผลกระทบ การแก้ไขปัญหาในพื้นที่ที่ได้ดำเนินการไปแล้ว และอยู่ระหว่างดำเนินการ
แนวทางการบริหารจัดการน้ำ และการแก้ไขปัญหาในพื้นที่
แนวทางการชี้แจงและประชาสัมพันธ์

ต่อมาเวลา 11.40 น. ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม รองนายกทรงศักดิ์ ได้ชี้แจงต่อสื่อมวลชวนว่า นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับผล กระทบจากน้ำป่าไหลหลาก จึงสั่งการให้ทุกหน่วยงาน เร่งติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แม้ขณะนี้ปริมาณฝนในพื้นที่ตอนบนจะเริ่มลดลง แต่ยังต้องเฝ้าระวังมวลน้ำที่กำลังไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่าง โดยเฉพาะอำเภอเวียงสา พร้อมกำชับทุกหน่วยงานเร่งฟื้นฟูระบบโครงสร้างพื้นฐาน
ด้านการเยียวยาเบื้องต้น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) รายงานว่า มีครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบกว่า 40,000 ครัวเรือน ขณะนี้สามารถจ่ายไฟคืนได้แล้วกว่า 30,000 ครัวเรือน และจะเร่งดำเนินการส่วนที่เหลืออีกประมาณ 7,000 ครัวเรือนให้แล้วเสร็จภายในวันพรุ่งนี้นอกจากนี้กระทรวงคมนาคมได้รับมอบหมายให้สำรวจเส้นทางที่เสียหาย พร้อมถอดบทเรียนกรณีถนนหรือสะพานกีดขวางทางน้ำ ซึ่งอาจต้องปรับปรุงเพิ่มช่องระบายน้ำในอนาคต ขณะเดียวกันได้เน้นย้ำให้กรมประชาสัมพันธ์สกัดกั้นข่าวปลอม และเร่งประสานท้องถิ่นเพื่อเข้าช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและผู้ป่วยติดเตียงเป็นลำดับแรก
นายทรงศักดิ์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันมีเทคโนโลยีพยากรณ์ สิ่งที่จะเกิดล่วงหน้าทำให้มีระยะเวลาเพียงพอในการเตือนหรือมีมาตรการแก้ไขปัญหาที่มันเกิด โลกปัจจุบันมีเทคโนโลยีมี เอไอพยากรณ์มากมาย

ดังนั้นต้องดำเนินการเรื่องนี้ให้มากขึ้นเพราะมีหน่วยงานหลักเพื่อดำเนินการและบูรณาการเพื่อนำผลมาประมวลได้อย่างถูกต้อง โดยมีการ พยากรณ์กันไว้ว่าฝนจะตกหนักอีกช่วงในวันที่ 27 – 30 ส.ค. และเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา มีรายงานว่าปริมาณน้ำในอำเภอเมืองเริ่มทรงตัว และลดลง แต่ก็ต้องมีการระมัดระวัง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมีการเตรียมความพร้อมเพื่อดูแลและป้องกันอย่างใกล้ชิด
ส่วนการแจ้งเตือน Cell Broadcast เป็นแค่ช่องทางการแจ้งเตือนเท่านั้น ซึ่งที่สำคัญที่สุดคือข้อมูลที่เรามีสามารถแจ้งเตือนในระยะเวลาที่เหมาะสมพอสมควรหรือไม่ ต้องทำให้แจ้งเตือนได้อย่างรวดเร็วว่าให้ประชาชนได้มีเวลาเตรียมตัว อาจจะคาดการณ์และแจ้งเตือนล่วงหน้า 5 วัน หรือ 10 วัน หรืออย่างน้อยก็ 1 วัน เพื่อให้สามารถระดมหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องเข้าไปช่วยป้องกันได้อย่างตรงจุด
สำหรับกรณีที่ประชาชนในอำเภอปัวสะท้อนว่าไม่ได้รับการแจ้งเตือนล่วงหน้านั้น รองนายกรัฐมนตรี ยอมรับว่า ระยะเวลาในการแจ้งเตือนยังมีข้อจำกัด เนื่องจากสถานการณ์จริงมีปริมาณฝนสูงถึง 388 มิลลิเมตร ขณะที่แบบจำลองคาดการณ์ไว้เพียง 80 มิลลิเมตร รัฐบาลจึงต้องเร่งจัดหาเครื่องมือตรวจวัดที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อเพิ่มเวลาให้ประชาชนเตรียมอพยพได้ทันท่วงที
เมื่อถามถึงพื้นที่เสี่ยงในช่วง 24-48 ชั่วโมงข้างหน้า รองนายกทรงศักดิ์ ระบุว่า แม้แนวโน้มปริมาณฝนจะลดลง แต่ยังไม่สามารถวางใจได้ เนื่องจากมวลน้ำจากพื้นที่ตอนบนยังไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่าง อีกทั้งพื้นดินและแหล่งน้ำมีปริมาณน้ำสะสมอยู่ในระดับสูงแล้ว แม้มีฝนตกเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้เกิดน้ำล้นได้ จึงกำชับให้ทุกหน่วยงานเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ตอนล่างบริเวณอำเภอเวียงสา ซึ่งรับมวลน้ำจากตอนบน ขณะที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด และกรมชลประทาน ได้ระดมเครื่องมือและติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมในจุดเสี่ยงแล้ว

ส่วนสถานการณ์ลุ่มน้ำยม แม้จะมีฝนตกกว่า 300 มิลลิเมตร แต่ระดับน้ำเริ่มลดลง และเขื่อนยังรองรับน้ำได้อีกกว่าร้อยละ 40 จึงยังไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำล้นเขื่อน ตนได้มอบนโยบายให้ สทนช. สำรวจพื้นที่ใน 22 ลุ่มน้ำทั่วประเทศ จัดทำผังน้ำ และพัฒนาพื้นที่รับน้ำเพิ่มเติมในรูปแบบ ‘แก้มลิง’ เพื่อตัดทอนมวลน้ำตั้งแต่พื้นที่ตอนบน ซึ่งจะช่วยลดปัญหาน้ำท่วมและกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งได้พร้อมกัน โดยชี้ให้เห็นถึงปัญหาปัจจุบันที่หลายท้องถิ่นมีงบประมาณจำกัด และติดข้อกฎหมายเรื่องการจัดการดินขุดลอก ทำให้พื้นที่รับน้ำตามธรรมชาติลดลง
ขณะที่ ชยันต์ เมืองสง เลขา สนทช. ระบุว่า เบื้องต้นทาง สนทช. มีโครงการแก้ไขปัญหาในจังหวัดน่านกว่า 700 โครงการ ทั้งการขุดลอกลำน้ำน่าน 18 จุด สร้างอ่างเก็บน้ำ และแก้มลิง โดย สนทช. จะเร่งรวบรวมข้อมูลเสนอต่อนายกรัฐมนตรี คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และคณะรัฐมนตรี เพื่อขับเคลื่อนแผนงานให้เกิดขึ้นจริงต่อไปในอนาคต.

เดินป่าเขาบรรทัด เมืองลุง หน้าฝน สุดว้าว !! พบ "ปูมดแดงอารย์ซุกกรี" สีสันสวยงาม
1081
ข่าวประชาสัมพันธ์

“เดชรัต” คว้าเบอร์ 4 ลงชิงนายก อบจ.นนทบุรี “เท้ง ณัฐพงษ์” นำทัพ สส. และด้อมส้มแห่ให้กำลังใจคึกคัก !!
546


นอภ.ขุนหาญ สนธิกำลังกวาดล้างปืนเถื่อน-สิ่งผิดกฎหมาย อึ้ง! รวบหนุ่มวัย 27 ปี สะสมคลังแสงขนาดย่อม





