ผู้ประสานงานประจำสหประชาชาติในประเทศไทย และคณะติดตามดำเนินงานของสหประชาชาติในพื้นที่แม่ฮ่องสอน
27 มกราคม 2569 เวลา 08:18:00
4
นางสาวมิเกลล่า มาเดอลีน ลุยส์ ฟิลแบรย์ – สตอเร่ Ms. Michaela Madeleine Louise Friberg – Storey ผู้ประสานงานประจำสหประชาชาติในประเทศไทย และคณะติดตามดำเนินงานของสหประชาชาติในพื้นที่แม่ฮ่องสอน
วันที่ 27 มกราคม 2569 เวลา 08.30 น. นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้ นายนิวัฒน์ งามธุระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ให้การต้อนรับ นางสาวมิเกลล่า มาเดอลีน ลุยส์ ฟิลแบรย์ – สตอเร่ Ms. Michaela Madeleine Louise Friberg – Storey ผู้ประสานงานประจำสหประชาชาติในประเทศไทย และคณะผู้แทนจากสหประชาชาติ และเจ้าหน้าที่สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) เข้าพบเพื่อหารือข้อราช การ โดยมี ปลัดจังหวัดแม่ฮ่องสอน นายอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน นายอำเภอสบเมย นายอำเภอขุนยวม หัวหน้าส่วนราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับและร่วมหารือข้อราชการเกี่ยวกับการดำเนินงานของสหประชาชาติในพื้นที่ และพัฒนาการล่าสุดของนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการเข้าถึงการทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายของผู้หนีภัยการสู้รบ ณ ห้องประชุมสิงหนาทบำรุง ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวต่อไปว่า คณะผู้แทนจากสหประชาชาติ (United Nations - UN) เข้าพบเพื่อเยี่ยมคารวะและหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดน พร้อมแจ้งการดำเนินงานขององค์การสหประชา ชาติในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน รวมถึงการดำเนินงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับนโยบาย สิทธิในการทำงาน สำหรับผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยเป้าหมายหลักของ UNHCR ในการช่วยเหลือผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา คือการคุ้มครองความปลอดภัย สิทธิมนุษยชน และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดยมุ่งเน้นการให้ความช่วยเหลือเต็มที่ บนความท้ายของภูมิศาสตร์ การจัดการเชิงพื้นที่เพื่อให้ผู้หนีภัยการสู้รบฯ ได้พึ่งพาตนเองและยกระดับคุณภาพชีวิต นอกจากนั้นรวมถึงการแสวงหาทางออกที่ยั่งยืน เช่น การเดินทางกลับประเทศโดยสมัครใจอย่างปลอดภัย และการย้ายไปประเทศที่สาม ซึ่งสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ได้รับการสนับสนุนการดำเนินการให้ความช่วยเหลือกิจกรรมในการดูแลผู้หลบหนีภัยจากการสู้รบจากรัฐบาลไทย และจังหวัดแม่ฮ่องสอนด้วยดีมาโดยตลอด ทางคณะฯ ขอขอบคุณสำหรับการบูรณาการให้การสนับสนุนช่วยเหลือ เเละความร่วมมือที่มีให้อย่างดียิ่ง

นายนิวัฒน์ งามธุระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ในส่วนของการดำเนินการของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงให้การสนับสนุนและช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ผู้หนีภัยการสู้รบฯ อย่างต่อเนื่องทั้ง 4 พื้นที่ แม้ว่าจะมีการยุติการให้ความช่วยเหลือด้านงบประมาณโครงการด้านการดูแลสุขภาพและการคุ้มครองในพื้นที่พักพิงชั่วคราวฯ ทั้งนี้ เป็นการดำเนินการภายใต้นโยบายของกระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน และตามแนวทางของรัฐบาลและสภาความมั่นคงแห่งชาติ
รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ยังกล่าวต่อไปว่า ซึ่งสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย - เมียนมา นับตั้งแต่ปี 2527 ได้มีการสู้รบกันบ่อยครั้งระหว่างรัฐบาลพม่ากับชนกลุ่มน้อยในบริเวณชายแดนเป็นเหตุให้มีผู้หลบหนีภัยการสู้รบเดินทางเข้ามาในเขตประเทศไทยตามสภาวการณ์ที่เกิดขึ้น โดยรัฐบาลไทยได้อนุญาตให้ผู้อพยพหนีภัยดังกล่าวอาศัยอยู่ในพื้นที่พักพิงชั่วคราวบริเวณชายแดนไทย - เมียนมา ตามหลักมนุษยธรรม

ปัจจุบันจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีพื้นที่พักพิงชั่วคราวผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา จำนวน 4 แห่ง ในพื้นที่อำเภอเมืองแม่ฮ่อง สอน อำเภอขุนยวม และอำเภอสบเมย ประกอบด้วย 1.พื้นที่พักพิงชั่วคราวผู้หนีภัยการสู้รบฯ บ้านในสอย อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน จำนวน 6,313 คน 2.พื้นที่พักพิงชั่วคราวผู้หนีภัยการสู้รบฯ บ้านแม่สุริน อำเภอขุนยวม อยู่ในพื้นที่หมู่บ้านห้วยฟาน มีผู้อพยพหนีภัยการสู้รบอาศัย จำนวน 1,857 คน 3 พื้นที่พักพิงชั่วคราวผู้หนีภัยการสู้รบฯ บ้านแม่ลามาหลวง อำเภอสบเมย มีผู้อพยพหนีภัยการสู้รบ จำนวน 9,166 คน และ 4.พื้นที่พักพิงชั่วคราวผู้หนีภัยการสู้รบฯ บ้านแม่ละอูน อำเภอสบเมย โดยผู้อพยพอยู่ที่หมู่บ้านแม่ตอละ ตำบลแม่สามแลบ อำเภอสบสบเมย มีผู้อพยพหนีภัยการสู้รบฯ อาศัยอยู่ จำนวน 8,148 คน *รวมมีผู้หนีภัยจากการสู้รบ ทั้ง 4 แห่ง ปัจจุบัน จำนวน 25,484 คน (ข้อมูล ณ 25 ธันวาคม 2568).
ฉลอง หมั่นสกุล จ.แม่ฮ่องสอน

ผนึกกำลัง เขย่าวงการโกง !! มข. จับมือ ป.ป.ช. เสริมแกร่งหลักนิติธรรมทั่วเมือง ปิดต ายคอร์รัปชั่น
6
ข่าวประชาสัมพันธ์

โค้งสุดท้ายเลือกตั้งราชบุรี “พรรคประชาชน” จัดคาราวานประชาชน เปิดเวทีใหญ่ริมแม่น้ำแม่กลอง
4


บุกถึงที่! ตร.สภ.หนองกรับ ล้อมจับพ่อค้าเคตามีน รวบ 2 ผู้ต้องหา คาบ้านพัก ลอบขายให้โจ๋ในพื้นที่







