ชาวบ้านสำนักทองผวา! โรงงานแบตเตอรี่ EV เร่งก่อสร้างข้ามวันข้ามคืน แรงงานต่างด้าวพรึ่บ
4 พฤศจิกายน 2569 เวลา 11:45:00
2339
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่หมู่ 3 ต.สำนักทอง อ.เมือง จ.ระยอง หลังพบการก่อสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ขนาดใหญ่ เร่งดำเนินการทั้งกลางวันและกลางคืน พบแรงงานต่างด้าวหลายสัญชาติ ทั้งเมียนมา กัมพูชา และจีน เข้ามาทำงานจำนวนมาก ตั้งแคมป์คนงานกระจายหลายจุด ชาวบ้านหวั่นผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ จี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบการใช้แรงงาน การก่อสร้าง และการเจาะหินขยายพื้นที่ใกล้เขาแหลม ขณะที่ ส.ส.ระยอง เตรียมประสานหน่วยงานตรวจสอบ พร้อมเรียกร้องให้บริษัทออกมาชี้แจงผลกระทบทุกมิติ สร้างความเข้าใจกับประชาชน
นายสมนึก ชาวบ้านในพื้นที่ยายจั่น ซึ่งอาศัยอยู่ใกล้กับสถานที่ก่อสร้าง เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทเร่งดำเนินการก่อสร้างทั้งกลางวันและกลางคืน มีแรงงานต่างด้าวจำนวนมากเข้ามาปฏิบัติงาน ทั้งชาวเมียนมา กัมพูชา และจีน โดยผู้รับเหมานำแรงงานเข้ามาพักอาศัยในแคมป์ที่จัดตั้งกระจายอยู่หลายจุด พร้อมนำเครื่องจักรขนาดใหญ่เข้าติดตั้ง
จึงอยากให้หน่วยงานสาธารณสุขและ อบต. เข้าตรวจสอบสุขลักษณะของที่พักแรงงาน เนื่องจากบางจุดมีกลิ่นเหม็นรบกวนชาวบ้าน พร้อมเรียกร้องให้ตำรวจ ฝ่ายปกครอง กอ.รมน.จังหวัดระยอง และสำนักงานจัดหางานจังหวัดระยอง เข้าตรวจสอบเอกสารและการจ้างงานแรงงานต่างด้าวทั้งหมดว่าเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นการเจาะหินและปรับพื้นที่ขยายบริเวณโรงงาน ซึ่งอยู่ใกล้เขาแหลม ชาวบ้านเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อธรรมชาติและระบบนิเวศ โดยเฉพาะโรงงานแห่งนี้เป็นโรงงานผลิตแบตเตอรี่ ซึ่งอาจมีการใช้สารเคมีและวัตถุดิบที่ต้องควบคุมเป็นพิเศษในกระบวนการผลิต จึงต้องการทราบมาตรการป้องกันมลพิษและแนวทางรับมือหากเกิดเหตุฉุกเฉิน พร้อมเรียกร้องให้บริษัทออกมาชี้แจงรายละเอียดโครงการให้ประชาชนได้รับทราบอย่างชัดเจน
ด้านนายนพรัตน์ จันทสม ผู้อำนวยการกองช่าง อบต.สำนักทอง เปิดเผยว่า เบื้องต้นบริษัทไม่ได้เข้ามายื่นขออนุญาตก่อสร้างกับทาง อบต. โดยเมื่อสอบถามไปยังบริษัทได้รับคำชี้แจงว่าได้ดำเนินการขออนุญาตผ่านการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) แล้ว
ส่วนพื้นที่โรงงานที่มีการขยายและปรับพื้นที่บริเวณเขตสีม่วง ซึ่งอยู่ติดกับเขาแหลมนั้น เป็นพื้นที่ที่สามารถใช้ประโยชน์เพื่อประกอบกิจการโรงงานอุตสาหกรรมได้ ทั้งนี้ พื้นที่นิคมอุตสาหกรรมส่วนใหญ่มีการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ในภาพรวมของนิคมฯ ไว้แล้ว โดยโรงงานแต่ละแห่งจะต้องพิจารณาตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องว่าเข้าข่ายต้องจัดทำรายงานหรือดำเนินการเพิ่มเติมหรือไม่

อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ของบริษัทเข้ามาชี้แจงรายละเอียดโครงการกับทาง อบต. เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากโรงงานยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการก่อสร้าง
ด้าน น.ส.สนุ๊ก เจ้าหน้าที่ฝ่าย CSR บริษัท เปิดเผยว่า บริษัทมีผู้ถือหุ้นและหุ้นส่วนชาวฮ่องกง ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ประกอบธุรกิจผลิตแบตเตอรี่ระดับเซลล์สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และระบบกักเก็บพลังงาน (ESS) โดยเป็นผู้ผลิตรายใหญ่จากประเทศจีน
บริษัทได้ลงทุนในพื้นที่ ต.หนองเสือช้าง อ.หนองใหญ่ จ.ชลบุรี มูลค่าประมาณ 50,000 ล้านบาท และมีแผนขยายฐานการผลิตมายังพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมหลักชัยเมืองยาง ต.สำนักทอง อ.เมือง จ.ระยอง เพื่อรองรับการผลิตและจำหน่ายแบตเตอรี่ไฟฟ้าทั้งในประเทศไทยและประเทศในภูมิภาคอาเซียน
ขณะที่ นายกฤช ศิลปชัย ส.ส.จังหวัดระยอง รองประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการการอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าสถานที่ดังกล่าวเป็นโรงงานผลิตแบตเตอรี่ของบริษัทชื่อดัง ไม่ใช่โครงการดาต้าเซ็นเตอร์ตามที่มีการเข้าใจคลาดเคลื่อนกัน

ส่วนกรณีการเจาะหินและปรับพื้นที่บริเวณใกล้เขาแหลมนั้น จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเป็นการดำเนินการภายในเขตที่ดินของตนเองหรือไม่ รวมถึงมีการขออนุญาตตามกฎหมายครบถ้วนหรือไม่ เพื่อให้เกิดความชัดเจนและตรวจสอบได้
นายกฤช กล่าวเน้นย้ำว่า บริษัทควรออกมาชี้แจงรายละเอียดโครงการกับประชาชนโดยเร็ว โดยเฉพาะประเด็นผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย เนื่องจากกระบวนการผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนมีประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญ ทั้งฝุ่นละอองและมลพิษทางอากาศ การใช้และจัดเก็บสารเคมี ระบบควบคุมมลพิษ ตลอดจนความเสี่ยงจากอุบัติเหตุและเหตุเพลิงไหม้ ซึ่งอาจก่อให้เกิดควันและสารอันตรายหากเกิดเหตุผิดปกติ
นอกจากนี้ ยังต้องให้ความสำคัญกับการจัดการแบตเตอรี่ที่หมดอายุการใช้งาน รวมถึงกากอุตสาหกรรมและสารเคมีตกค้าง โดยต้องมีระบบกำจัดและรีไซเคิลที่ถูกต้องตามมาตรฐาน เพื่อป้องกันการปนเปื้อนลงสู่แหล่งน้ำและดิน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำสวนยางพาราและสวนผลไม้ในพื้นที่โดยรอบ
ทั้งนี้ ประชาชนไม่ได้ต้องการขัดขวางการลงทุนหรือการพัฒนาอุตสาหกรรม แต่ต้องการให้การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และมีมาตรการดูแลผลกระทบอย่างรอบด้าน จึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบทั้งการก่อสร้าง การใช้แรงงานต่างด้าว การปรับพื้นที่ และมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมขอให้บริษัทออกมาชี้แจงข้อมูลต่อชุมชนอย่างเป็นทางการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและลดความกังวลของประชาชนในพื้นที่.

125 ปี กรมที่ดิน อยุธยาสู่ยุคดิจิทัลยกระดับบริการ สำนักงานที่ดินจังหวัดพระน ครศรีอยุธยา เดินหน้ายกระดับการให้บริการประชาชน
2757
ข่าวประชาสัมพันธ์

นิกร โสมกลาง รมว.พม. ลงพื้นที่นิคมพัฒนา “พม.สร้างสุข ส่งมอบสวัสดิการ”
2121


นครนายก - 'เติ้ล ธนพล' ร่วมอาลัยงานศพเหยื่อสาวถูกปาดคอดับ!! เผาแล้ว สาวแบงค์ ธกส.ถูกน้องชายคลั่งสังหาร