ชาวบ้านกระสุนตกทำบุญบ้านหลังใหม่ หลังระเบิดลงเหตุปะทะชายแดน ครบ 1 ปี หวังสันติสุขกลับคืน ไม่ต้องอยู่แบบผวา แต่พร้อมอพยพ
24 กรกฎาคม 2569 เวลา 07:58:00
62
ศรีสะเกษ - ชาวบ้านกระสุนตกแห่ทำบุญบ้านหลังใหม่ หลังโดนระเบิดเหตุปะทะชายแดน ครบ 1 ปี หวังสันติสุขกลับคืนมา ไม่ต้องอยู่แบบหวาดระแวง หากเกิดสถานการณ์อีกก็พร้อมอพยพ
เมื่อวันที่ 24 ก.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศวันครบรอบ 1 ปี เหตุการณ์ปะทะบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา เมื่อเดือน ก.ค. 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “ตำบลกระสุนตก” แม้วันนี้บ้านหลายหลังได้รับการซ่อมแซมและสร้างใหม่จากการเยียวยาของหลายภาคส่วนแล้ว แต่ชาวบ้านยังคงดำเนินชีวิตด้วยความระมัดระวัง ท่ามกลางสถานการณ์ชาย แดนที่ยังมีความเปราะบาง มีการพบวัตถุระเบิดตกค้างในพื้นที่เกษตร และยังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บจากระเบิดตกค้างเป็นระยะ ทำให้ประชาชนต้องเตรียมความพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์อยู่เสมอ
โดยที่บ้านเลขที่ 25/1 หมู่ 1 ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ นางสมพงษ์ สุทธิสน อายุ 66 ปี เจ้าของบ้าน ได้จัดพิธีทำบุญขึ้นบ้านใหม่ หลังบ้านเดิมถูกระเบิดตกใส่เสียหายทั้งหลังจากเหตุปะทะเมื่อปีที่ผ่านมา โดยบ้านหลังใหม่สร้างแล้วเสร็จจากการเยียวยา ทำให้สมาชิกในครอบครัวได้กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาอีกครั้ง

นางสมพงษ์ กล่าวว่า ได้นอนบ้านเมื่อคืนที่ผ่านมาเป็นคืนแรก และเช้าวันนี้ทำบุญถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ และเชิญชวนเพื่อนบ้านมารับประทานอาหารร่วมกัน มีความดีใจมากที่บ้านสร้างเสร็จเสียที การเยียวยาหน่วยงานก็ดูแลดี ได้ทั้งทยอยมา และก้อนใหญ่คือบ้านหลังนี้ราคากว่า 1 ล้านบาท หากพูดถึงสถานการณ์ชายแดน เมื่อเป็นคนชายแดนแล้ว ก็มีการเตรียมความพร้อม เตรียมใจ ตลอดเวลา ตอนนี้มีเพียงความดีใจที่ครอบครัวจะได้กลับมาอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกันอีกครั้ง

ขณะที่ นางทองสุข มนไทยสงค์ อายุ 59 ปี เจ้าของบ้านเลขที่ 50 หมู่ 1 ต.เสาธงชัย ซึ่งบ้านเคยได้รับความเสียหายทั้งหลังจากเหตุการณ์เดียวกัน ปัจจุบันได้รับการเยียวยาจนมีบ้านหลังใหม่กลับคืนมาแล้ว โดย นางทองสุข เล่าว่า ตอนนี้ได้บ้านสวยกลับคืนมาแล้ว ได้รับการเยียวยาครบตามต้องการ แม้จะมีความวิตกอยู่บ้างเพราะยังจำเหตุการณ์ครั้งที่บ้านตนโดนระเบิดได้ แต่เมื่อเป็นคนชายแดน เกิดชายแดนก็ต้องอยู่ได้ เมื่อมีสถานการณ์ก็ต้องเตรียมพร้อมตลอดเวลา และมีความหวังว่าอยากให้สันติสุขเกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดน ไม่ต้องหวาดระแวง แต่ถ้าต้องมีเหตุจริงก็พร้อมรับสถานการณ์

แม้ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบจะได้รับการเยียวยาจนสามารถกลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ แต่สิ่งที่ยังไม่เปลี่ยนคือความรู้สึกของคนชายแดนที่ต้องใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท ทุกครอบครัวยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เตรียมแผนอพยพ และพร้อมปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ หากเกิดเหตุปะทะขึ้นอีก
อย่างไรก็ตาม ในวาระครบรอบ 1 ปีของเหตุการณ์ สิ่งที่ชาวบ้านสะท้อนตรงกันคือ ต้องการเห็นการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งชายแดนอย่างยั่งยืน เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิต ทำมาหากิน และอยู่อาศัยในบ้านของตนเองได้อย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องหวาดระแวงกับเหตุรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต.
ทีมข่าว จ.ศรีสะเกษ // รายงาน










