สาวร้องมูลนิธิดัง พ่อเลี้ยงแฟนถูกการ์ดนับ 10กระทืปปางตาย สภ.หัวหินอ้าง บอกฝ่ายโน้นแจ้งชิงทรัพย์
11 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 22:45:00
26
เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 69 ที่มูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคมถ.แจ้งวั ฒนะ ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี น.ส.แป้ง อายุ 28 ปี พร้อมแฟนหนุ่ม-พ่อเลี้ยง และมารดานางสาวแป้ง เดินทางจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นำเอกสารหลักฐานต่างๆ เขาร้องเรียนกับทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิ ว่าที่ร้อยตรีรภัสสิทธิ์ ภัทรสิริชัยสิน รองประธานมูลนิธิ หลังถูกการ์ดนับ 10 คน ของสถาบันชื่อดังรุมทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่ตำรวจกับเจรจาไกล่เกลี่ยให้เลิกแล้วต่อกัน ตนไม่ยอมจึงได้แค่ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ตนเชื่อว่าตำรวจอาจเกรงใจ สถานบันเทิงจึงไม่กล้าดำเนินคดีกับกลุ่มคนที่ทำร้าย

น.ส.แป้ง เล่าว่า วันเกิดเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 69 ช่วงเวลาตี 4 ระหว่างที่ครอบครัวตนเองได้เดินเที่ยวอยู่ชายหาดหัวหินหน้าสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ระหว่างกำลังซื้อไก่ย่างที่รถเข็นได้ไปเจอกับนายเติ้ล แม่ของตนเลยถามนายเติ้ลว่า น้องนุ่น ซึ่งเคยทำงานอยู่กับแม่ของตนและเป็นน้องสาวของนายเติ้ลหายไปไหนเหรอนายเติ้ลตอบว่ามาซักไซ้ไล่บี้อะไรกับตนตนไม่รู้เรื่อง ว่าแต่ลูกสาวของแม่เหอะ ได้ข่าวไปได้ผัวตาเหล่ตาเขไม่ใช่เหรอ
พอตนทราบเรื่องจากแม่ ตนจึงพร้อมด้วย นายอาร์ม อายุ 27 ปีพ่อเลี้ยง ไปหานายเติ้ลที่หน้าผับ จนกระทั่งเกิดการโต้เถียงกันขึ้นและมีการชกต่อยกัน โดยมีนายเอิร์ทแฟนหนุ่มของตน กับแม่ตามมาสมทบ ปรากฏว่าหลังจากนั้น ได้มีการ์ดซึ่งเป็นเพื่อนของนายเติ้ลนับ 10 คน ออกมาจากร้านสถานบันเทิงซึ่งยังไม่ได้ปิด ตรงเข้ามารุมทำร้ายพ่อเลี้ยงและแฟนหนุ่มของตนจนสะบักสะบอมได้รับบาดเจ็บสาหัส

หลังเกิดเหตุตนได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หัวหิน เพื่อขอให้ดำเนินคดีกับกลุ่มการ์ดที่รุมทำร้ายพ่อเลี้ยงและแฟนของตน แต่ร้อยเวรเจ้าของคดีบอกว่า มาแจ้งความดำเนินคดีแบบนี้ไม่กลัวทางเจ้าของสถานบันเทิงฟ้องกลับเหรอ ตนก็รู้สึกแปลกใจในคำพูด พวกตนถูกทำร้ายแทบตายจะขอแจ้งความตำรวจกับบอกว่าได้แค่ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานและให้แยกย้ายกันกลับ อย่ามีเรื่องมีราวต่อกัน เพราะทางโน้นเขาก็แจ้งความเหมือนกันว่ากระเป๋าสตางค์เขาหาย พวกตนเป็นคนเอาไปเขาแจ้งความเอาไว้ว่าพวกตนชิงทรัพย์ ยิ่งทำให้พวกตนแปลกใจมาก ว่าเหตุการณ์ทำไมกลับกลายเป็นตาลปัตรแบบนี้ รู้สึกว่าคดีนี้ครอบครัวไม่ได้รับความเป็นธรรมจึงได้มาร้องเรียนกับทางมูลนิธิ เพื่อขอให้ช่วยเหลือในเรื่องคดี

ว่าที่ร้อยตรีรภัสสิทธิ์ รองประธานมูลนิธิกล่าวว่า ที่เกิดขึ้นตนอยากขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ผู้เสียหายถูกทำร้ายด้วยกลุ่มชายฉกรรจ์นับ 10 หน้าสถานบันเทิงช่วงเวลาตี 4 ซึ่งยังไม่ได้ปิดร้านเลย ก็ไม่ทราบว่าสถานบันเทิงแห่งนี้เปิดร้าน ได้ถึงสว่างเลยหรอ แล้วหลังเกิดเหตุทำไมเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงไม่รับแจ้งความในเบื้องต้น อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานด้วยความยุติธรรมตรงไปตรงมาไม่เข้าข้างคนผิด ทางมูลนิธิจะติดตามและดูแลในเรื่องคดีให้
ด้านทนายรณณรงค์ กล่าวว่า ทางผู้เสียหายมาร้องเรียนกับทางมูลนิธิ ว่าถูกทำร้ายร่างกาย ขณะที่ฝ่ายคู่กรณีก็ไปแจ้งความว่าถูกชิงทรัพย์ เรื่องนี้จนอยากฝากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตามจริงครับเป็นคดีอุกฉกรรจ์ส่วนผู้เสียหายแจ้งความถูกทำร้ายร่างกาย ถ้าหากเขาไม่ได้เจตนา คุณจะไปแจ้งความแบบนั้นเขาได้ยังไง ส่วนผู้เสียหาย เขาได้รับบาดเจ็บถูกทำร้ายจนสาหัส ถ้าไม่มีอิทธิพล เข้ามาเกี่ยวข้องลูกคดีคงไม่ออกมาแบบนี้ จึงอยากให้ได้ดำเนินคดีใดแบบตรงไปตรงมาอย่าเกรงใจ หรือเกรงกลัวอิทธิพลจากใคร ก็ฝากกับ สภ.หัวหินด้วย.

สายมูแน่น! เทศกาลแห่งแสงสี ‘Deepavali Festival Hua Hin 2026’ แห่บูชาไฟ ‘พระแม่ลักษมี’ เสริมดวงโชคลาภให้ชีวิตรุ่งเรืองสว่างไสว
2626
ข่าวประชาสัมพันธ์

มาตามนัด!! “กำนันมะโน” นำมวลชน นปผ. แวะราชบุรี กราบสักการะ ร.1 ก่อนมุ่งหน้าทำเนียบฯ
2465


มุกดาหาร ทหาร สนธิกำลังตรวจยึดลิ้นโค แช่แข็ง น้ำหนัก1040 กก พร้อมผู้ต้องหา 1 คน




