สุดเดือด !! จทน.ป่าไม้ ปะทะนักข่าวอาวุโส อ.ทุ่งสง หลัง จนท.ป่าไม้แจ้งความตรวจสอบ “อาณาจักรช่องเขา” สร้างถนนรุกป่าฯ
25 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13:16:00
121
สุดเดือด !! จทน.ป่าไม้ปะฉะดะนักข่าวอาวุโสเมืองทุ่งสง หลัง จนท.ป่าไม้รุดแจ้งความตรวจสอบ “อาณาจักรช่องเขา” สร้างถนนรุกป่าอุทยาน - ด่าทอห้ามถ่ายภาพทำข่าว โดนสวนสุดเดือด“นี่แหล่ะที่ป่าไม้มันฉิบหายก็เพราะแบบนี้ แบบนี้ต้องพบกับนักข่าว ถ้าไม่พบนักข่าวไม่หรอย” ด้านบิ๊กตำรวจ นักสืบจับผิด จนท.ป่าไม้ ระบุคดีนี้มีคนติดคุกแน่นอน
จากกรณีที่ผู้สื่อข่าวได้รับภาพและคลิปที่มีชายฉกรรจ์ประมาณ 30 คน พร้อมเครื่องจักรไปรวมตัวกันและเร่งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างอาคารบ้านพักหรู อาคารร้านอาหารขนาดใหญ่ รวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ บริเวณโดยรอบบึงหรือลำห้วยสาธารณะประโยชน์ (พรุมัด) หมู่ 3 ต.ถ้ำใหญ่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช กันอย่างมีพิรุธ ว่าเร่งรีบในการรื้อถอนทำไม ซึ่งมูลค่าสิ่งที่รื้อถอนทั้งหมดประมาณ 10-20 ล้านบาท จากการตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่า น่าจะมีสาเหตุมาจากกรณีที่ชาวบ้านจิตอาสาในพื้นที่รวมตัวกันร้องเรียนสำนักงาน ป.ป.ช.ภาค 8 ให้ตรวจสอบ ซึ่งนายทุนเกรงกลัวความผิด จึงว่าจ้างบริษัทรับเหมาเร่งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง อาคารฯ เพื่อปิดบังซ่อนเร้น ทำเลายหลักฐาน โดยล่าสุดผู้ถูกร้องได้ชี้แจงว่าได้รื้อสิ่งปลูกสร้างก่อนที่ ป.ป.ช. จะรับเรื่องร้องเรียน และพร้อมให้ทุกหน่วยงานตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งทาง ป.ป.ช.แจ้งผู้ร้องว่าจะลงพื้นที่ตรวจสอบในวันที่ 16-17 ก.พ.ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
วันนี้ (25 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากคณะเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ภาค 8 ลงตรวจสอบพื้นที่พบว่ามีพื้นที่ถูกบุกรุกยึดครองจริง แต่มีการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างประกอบด้วยอาคาร 6 หลังรวมมูลค่านับ 10 ล้าน ซึ่งได้มีการถ่ายภาพบริเวณที่ลงตรวจสอบและเก็บรวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ นำกำลังไปพิจารณาดำเนินการในขั้นตอนต่อไป

ในขณะที่ในเวลา 09.30 น.วันนี้ (25 ก.พ.) ทางคณะเจ้าหน้าที่ประกอบเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นศ.4 (ร่อน พิบูลย์) นำโดย นายสง่า สุวรรณรัตน์ หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นศ.4 (ร่อนพิบูลย์) ร่วมกับนายพชร ตลาสุข หัว หน้าชุดปฏิบัติการพิ เศษป่าไม้นครศรีธรรมราช 2 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ( กก.5 บก.ปทส.) เจ้าหน้าที่ตำรวจตระชายแดนที่ 427 (บก.ตชด. 24) และนายสมรักษ์ มณีฉาย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1ตำบลถ้ำใหญ่ อำเภอทุ่งทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช เดินทางเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ต.อิฏฐา บัวแก้ว สว.(สอบสวน) สภ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ว่าเมื่อวานนี้ (24 ก.พ.) ได้ร่วมกันออกตรวจสอบตามหนังสือสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 นครศรีธรรรมราช ส่วนการอนุญาต ที่ ทส 1625.102/574 ลงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 เรื่อง การดำเนินการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กซอยวังปริง - บ้านตาว 1 หมู่ที่ 1 ตำบลถ้ำใหญ่ อำเภอทำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ผลการตรวจสอบปรากฏรายละเอียดดังนี้
“ตรวจยึดพื้นที่ที่มีการบุกรุกป้า จำนวน 1 แปลง เนื้อที่ 0-1-18 ไร่ สถานที่เกิดเหตุในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าน้ำตกโยง ในท้องที่บ้านวังปริง หมู่ที่ 1ตำบลถ้ำใหญ่ อำเภอทุ่งทุ่งสง จังหวัตนครศรีธรรมราช คณะเจ้าหน้าที่ร่วมกันจัดทำบันทึกการตรวจยึด แผนที่ แผนที่สังเขปแสดงที่เกิดเหต พร้อมภาพถ่ายบริเวณที่เกิดเหตุ รวบรวมพยานหลักฐานเอกสารที่เกี่ยวข้องและพร้อมกันนี้ได้มอบหมายให้ นายสง่า สุวรรณรัตน์ หัวหน้าหน่วย ป้องกันรักษาป่าที่ นศ.4 (ร่อนพิบูลย์) ไปแจ้งความกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธร สภ.ทุ่งสง ดังกล่าว เพื่อให้ทำการสืบสวนสอบสวมหาตัวผู้กระทำผิดมาเนินคดีตามคดีตามกฎหมายต่อไป”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในขณะที่ นายวรปรัชญ์ คงจิตต์งาม 65 ปี ผู้สื่อข่าวไทยรัฐ ไทยรัฐทีวี ซึ่งเป็นผู้สื่อข่าวอาวุโสในท้องถิ่น ได้รับคำสั่งให้ไปติดตามทำข่าวและกำลังถ่ายภาพเจ้าหน้าที่ป่าไม้กำลังแจ้งความกับพนักงานสอบสวน ปรากฏว่าถูกเจ้าหน้าที่ป่าไม้คนหนึ่งชี้หน้าด่าทอ ตำหนิ และไม่ยอมให้ถ่ายภาพในขณะแจ้งความ จน นายวรปรัชญ์ ผู้สื่อข่าวอาวุโส ต้องชักบัตรประจำตัวผู้สื่อข่าวออกมาแสดง และกล่าวตอบโต้เจ้าหน้าที่ป่าไม้อย่างดุเดือด ชนิดถึงพริกถึงขิงว่า ”เจ้าหน้า ที่ป่าไม้มาแจ้งความ ตนก็มาทำตามหน้าที่ ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องดี แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่ป่าไม้คนดังกล่าวชี้หน้าด่าทอ นี่แหล่ะความฉิบหายของบ้านเมือง โดยเจ้าหน้าที่ป่าไม้ก็พยายามโต้เถียง พร้อมยืนยันว่าต้องปฏิบัติตามหน้าที่ ซึ่งที่ห้ามและด่า ทอเพราะ นายวรปรัชญ์ ไม่ได้ชักบัตรแสดงว่าเป็นผู้สื่อข่าว ในขณะที่นายวรปรัชญ์ กล่าวย้ำว่า “นี่แหล่ะที่ป่าไม้มันฉิบหายก็เพราะพันนี้ แบบนี้ต้องพบกับนักข่าว ถ้าไม่พบนักข่าวไม่หรอย”

ทางด้านตำรวจระดับ พ.ต.ท. ซึ่งตำรวจนักสืบชื่อดังสังกัด สภ.แห่งหนึ่งใน จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นผู้ยื่นร้องเรียน ป.ป.ช. สตง. ผู้ตรวจการแผ่นดิน และตำรวจ DSI กล่าวว่าการลงตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ตรวจสอบแค่ถนนสายนี้สายเดียวเท่านั้น ยังไม่ได้ตรวจสอบในภาพรวมทั้งหมดซึ่งตนยืนยันว่าหากตรวจสอบจะพบการบุกรุกพื้นที่ป่าอุทยานอย่างมโหฬาร เทียบเท่าคดี “เขากระโดง” จ.บุรีรัมย์ และเรียกว่า “อาณาจักรช่องเขา”ก็ว่าได้ และน่าสงสัยว่าเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่ลงตรวจสอบและไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวนทำไม่ไม่ระบุผู้กระทำผิดเพราะถนนสายดังกล่าวเป็นการใช้งบประมาณแผ่นดินของเทศบาลตำบลถ้ำใหญ่ อ.ทุ่งสง ยังมีป้ายคงโครงการปักอยู่มองเห็นได้ชัดเจน ในป้ายระบุรายละเอียดครบถ้วนทั้งระยะทาง 865 เมตร กว้าง 4 เมตร หนา .15 เมตร ไหล่ทางกว้างข้างละ 0.30 เมตร งบประมาณ 1,940,000 บาท ระบุชื่อบริษัทรับเหมา ชื่อผู้ควบคุมงานและคณะกรรมการตรวจรับการจ้างหรือรับพัสดุชัดเจน และระบุอีกว่า “ก่อสร้างด้วยภาษีของประชาชน” ทำไม่เจ้าหน้าที่ป่าไม้จึงไม่ระบุในการแจ้งความไปเลยว่าให้ดำเนินคดีกับใครบ้าง ใครร่วมกระทำผิดในคดีนี้บ้าง มันชัดเจนพี่เณรบูรณ์อยู่ในป้ายโครงการเรียบร้อยแล้ว โดยคดีนี้คงอีกยาวและต้องมีหลายคนติดคุกอย่างแน่นอน.
ไพฑูรย์ อินทศิลา /นครศรีธรรมราช











