นครพนมเปิดเวทีประกวดวงโยธวาทิตชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทานฯ สร้างสีสันกลางเมืองริมโขง
8 พฤศจิกายน 2569 เวลา 20:22:00
2661
วันที่ 8 พฤศจิกายน 2569 เวลา 17.15 น. นายวีระ ฤกษ์วาณิชย์กุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธานเปิดการประกวดวงโยธวาทิตจังหวัดนครพนม ชิงแชมป์ประเทศไทย ประจำปี 2569 ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยมี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ธวัชชัย ศุภดิษฐ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนม ดร.บุษกล ไชยต้นเทือก รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. เกรียงไกร ผาสุตะ คณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม นายนิวัต เจียวิริยบุญญา นายกเทศมนตรีเมืองนครพนม พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คณะครู นักเรียน นักศึกษา และประชาชนเข้าร่วมงาน ณ บริเวณสามแยกองค์พญาศรีสัตตนาคราช จังหวัดนครพนม

ภายในงานจัดการแข่งขัน Marching Street Parade ขบวนพาเหรดวงโยธวาทิตที่เปิดโอกาสให้เยาวชนจากสถานศึกษาทั่วประเทศได้แสดงศักยภาพด้านดนตรี ทั้งทักษะการบรรเลง การเคลื่อนไหว และการเดินแถวอย่างพร้อมเพรียง สะท้อนความสามารถ ความคิดสร้างสรรค์ และการทำงานเป็นทีม สร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ร่วมชมการแสดงบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง จากนั้นเป็นพิธีประกาศผลการประกวดและมอบรางวัล โดยได้รับเกียรติจากนายโกลินทร์ สืบประสิทธิ์วงศ์ นายกสมาคมวงโยธวาทิตแห่งประเทศไทย กล่าวขอบคุณและมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้ให้การสนับสนุนการจัดงาน เพื่อแสดงความขอบคุณต่อหน่วยงานและภาคีเครือข่ายที่ร่วมส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมในครั้งนี้

สำหรับการประกวดวงโยธวาทิตจังหวัดนครพนม ชิงแชมป์ประเทศไทย ประจำปี 2569 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 7–8 พฤศจิกา ยน 2569 โดยสาขาวิชาดนตรีศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม และสมาคมวงโยธวาทิตแห่งประเทศไทย โดยในวันที่ 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้จัดการแข่งขันประเภท Marching Band Ensemble และ Modern Concert Band

ณ หอประชุมวชิรบพิตร มหาวิทยาลัยนครพนม มีสถานศึกษาจากหลายภูมิภาคทั่วประเทศเข้าร่วมประชันความสามารถ การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพเยาวชนด้านดนตรี เปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างสถานศึกษา ตลอดจนพัฒนาทักษะการทำงานเป็นทีมและความมีระเบียบวินัย อีกทั้งยังเป็น การส่งเสริมจังหวัดนครพนมให้เป็นพื้นที่จัดกิจกรรมด้านการศึกษา ศิลปะ ดนตรี และวัฒนธรรม เชื่อมโยงสู่การท่องเที่ยว สร้างสีสันและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่อย่าง ต่อเนื่อง.











