“สิริพงศ์” ยอมรับ TG เป็นเอกชนแล้ว รัฐแทรกแซง-ช่วยเหลือไม่ได้ แต่ ก.คมนาคม ประสานช่วยขนกระเป๋า ผู้โดยสารเต็มที่
1 ตุลาคม 2569 เวลา 11:50:00
2173
“สิริพงศ์” ยอมรับ TG เป็นเอกชนแล้ว รัฐแทรกแซง-ช่วยเหลือไม่ได้ แต่ ก.คมนาคม ประสานช่วยขนกระเป๋า ผู้โดยสารเต็มที่ แต่ทักษะไม่เท่า จนท.สายการบิน – เชื่อ TG จะเยียวยาชดเชยความเสียหายมากกว่าที่กฎหมายกำหนด
วันที่ 1 ต.ค. 69 ที่รัฐสภา นายสกลธี ภัททิยะกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งกระทู้ถามสดถึงรัฐบาลถึงปัญหากระเป๋าสัมภาระผู้โดย สารสายการบินไทย ตกค้างที่สนามบินสุวรรณภูมิ ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 26 กันยายน ถึงปัจจุบันว่า ปัญหาที่เกิดขึ้น ตั้งแต่ 26 กันยายน จนถึงปัจจุบันนั้น สาเหตุที่แท้จริงเกิดจากปัญหาใด เพราะสายการบินอื่นไม่มีปัญหา หรือมีปัญหาน้อยมาก แตกต่างจากสายการบินไทย ซึ่งเป็นสายการบินแห่งชาติ และรัฐบาลถึงปล่อยสละเลยจนปัจจุบัน
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะได้รับมอบหมายจากนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนา ชี้แจงว่า ตามภาพข่าวที่นายพิพัฒน์ ลงพื้นที่ล่าช้า เพราะ 26-27 กันยายนที่ผ่านมา มีกำหนดเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น เพื่อลงนามความร่วมมือการคมนาคมระหว่างไทย-ญี่ปุ่น ตามกำหนดนัดหมาย ซึ่งเดิมมีกำหนดเดินทางกลับพรุ่งนี้ (2 ต.ค.) แต่ได้เลื่อนกำหนดเดินทางกลับทันที และติดตามสถานการณ์หน้างานที่สนามบินสุวรรณภูมิต่อทันที
นายสิริพงศ์ ชี้แจงว่า รัฐบาลได้รับทราบปัญหากระเป๋าสัมภาระผู้โดยสารล่าช้า และตกค้าง ตั้งแต่ 26 กันยายนช่วงเย็น ก่อนปัญหาจะลุกลามในเช้าวันที่ 27 กันยายน และกระทรวงคมนาคม เริ่มประสานของกำลังเจ้าหน้าที่อากาศโยธิน เพื่อเข้าไปช่วยเหลือ โดยกระทรวงคมนาคมติดตามตลอด เพียงแต่ไม่ได้เป็นข่าว และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมทั้ง 3 คน ได้เข้าไปติดตามสถานการณ์แม้กระทรวงคมนาคม ไม่ได้กำกับการบินไทยโดยตรง

นายสิริพงศ์ ยังชี้แจงถึงบริษัทที่รับสัมปทานการขนกระเป๋าสัมภาระผู้โดยสารในสนามบินสุวรรณภูมิว่า ที่ผ่านมามีผู้รับสัมปทานขนกระเป๋าสัมภาระผู้โดยสาร 2 ราย ได้แก่ บริษัทของการบินไทย ซึ่งมีอายุสัมปทาน 35 ปี ดำเนินการตั้งแต่สมัยยังเป็นรัฐวิสาหกิจ ซึ่งผ่านมาแล้ว 20 ปี และเหลือเวลาสัมปทาน 15 ปี และบริษัท บางกอกไฟล์ท เซอร์วิส หรือ BFS ที่เพิ่งหมดสัมปทานไป และอยู่ระหว่างการต่อสัมปทาน ดังนั้น การดำเนินการระหว่างนี้ของ BFS จึงเป็นการดำเนินการชั่วคราว ส่วนสายการบินใด จะใช้บริการบริษัทใดนั้น อยู่ที่สายการบินนั้น ๆ เป็นผู้เลือก
นายสิริพงศ์ ยังกล่าวถึงปัญหาที่เกิดขึ้นว่า สายการบินไทย ได้แจ้งว่า ขาดบุคลากร เพราะบุคลากร สามารถมาปฏิบัติหน้า ที่ได้เพียงครึ่งเดียว กระทรวงคมนาคม จึงพยายามประสานความร่วมมือ อาทิ จากทั้งบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT, สถานบันการบินพลเรือน และกองทัพอากาศ เป็นต้น พร้อมยอมรับว่า ระยะแรกการประสานงานมีปัญหา เป็นไปด้วยความยากลำบาก และเมื่อวานนี้ (30 ก.ย.) ที่มีการประชุมร่วมกัน ก็ยังเป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะขณะนี้ สถานะภาพของสายการบินไม่เหมือนเดิม เนื่องจาก เป็นเอกชนแล้ว และพยายามช่วยเหลือตัวเอง เป็นภาระกับภาครัฐให้น้อยที่สุด เพราะมีสถานะต้องแข่งขันกับคู่แข่งอื่น แต่ในฐานะกระทรวงคมนาคม ก็ต้องเข้าไปช่วย เพราะเป็นชื่อเสียงของประเทศชาติด้วย ซึ่งการบินไทย จะหวังเพียงกำไร-ขาดทุนไม่ได้ แต่ยังต้องแบกรับภาระชื่อเสียง และภาพลักษณ์ที่ประเมินค่าไม่ได้ของประเทศด้วย
ส่วนภาพที่พนักงานภาคพื้นของสายการบินไทย ถูกผู้โดยสารตำหนินั้น นายสิริพงศ์ ยอมรับว่า ตนเห็นภาพไม่แตกต่างกัน และเห็นภาพ ที่พนักงานต้องแบกรับภาระกับผู้โดยสาร ซึ่งกระทรวงคมนาคม ก็ได้ดำเนินการเท่าที่สามารถช่วยเหลือได้ เพราะบางเรื่อง ก็ยังไม่มีทักษะเท่าพนักงานของการบินไทย
นายสกลธี ยังสอบถามย้ำถึงปัญหาที่สายการบินไทย ไปดูแลการขนย้ายสัมภาระให้กับสายการบินอื่น หรือเป็นซัพ จนสร้างผลกระทบต่อชื่อเสียงสายการบินแห่งชาติ และรัฐบาล หรือสายการบินไทยเอง จะชดเชย ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว เพื่อให้ความมั่นใจต่อนักท่องเที่ยวว่า จะได้รับการชดเชยเงิน ทั้งค่าโรงแรม และกระเป๋าหายได้อย่างไร และใครจะเป็นผู้รับผิดชอบชื่อเสียงของประเทศที่เกิดขึ้น

นายสิริพงศ์ ชี้แจงว่า กรณีที่สายการบินไทยไปรับบริการขนสัมภาระ หรือ เป็นซัพให้กับสายการบินนั้น เป็นเพียงสมมติ ฐาน แต่ตนก็เชื่อเช่นนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เสียค่าปรับจากสายการบินอื่น ดังนั้น กระทรวงคมนาคม จึงได้ส่งกำลังคนไปสนับสนุน และสถานการณ์ปัจจุบันในการขนย้ายกระเป๋า มีการให้บริการจากบริษัทในเคือสายการบินไทย และ BFS ที่ดำเนินการชั่วคราว รอการต่อสัญญาใหม่ และกำลังจะมีบริษัท บริการภาคพื้น ท่าอากาศยานไทย จำกัด หรือ AOTGA มารับสัมปทานเป็นรายที่ 3 ซึ่งกำลังรอนามลงนามสัญญา พร้อมยืนยันว่า การลงนามสัญญาบริษัท ที่จะมารับขนย้ายสัมภาระหลังจากนี้ จะต้องมีการระบุถึงการคิดค่าปรับกรณีล่าช้าอย่างชัดเจน เพราะที่มีผ่านมา มีเพียงการกำหนดตัวชี้วัดเท่านั้น
ส่วนการแก้ไขสัญญาสายการบินไทย เพื่อให้มีค่าปรับหากเกิดความล่าช้านั้น นายสิริพงศ์ ชี้แจงว่า ไม่สามารถทำได้ แต่เชื่อว่า หากมีกลไกแข่งขันทางตลาด สายการบินไทยน่าจะมีการแก้ปัญหาในอนาคต และการชดเชยเยียวยานั้น ทุกสายการบิน จะมีเกณฑ์ในการเยียวยาและชดเชยความรับผิดชอบ เช่น กรณียกเลิกไฟล์ทชดเชย 270,000 บาท, หากกระเป๋าสูญหาย ชดเชย 65,000 บาท และตนรับทราบว่า การบินไทยรับทราบดีแล้วว่า เสียชื่อเสียงแล้ว ดังนั้น จะต้องดูแลประชาชนมากกว่าที่กฎหมายกำหนด.


