“เต้ มงคลกิตติ์” ประกาศชัดคู่แข่งผู้ว่าฯ กทม. มั่นใจ “กลุ่มกรุงเทพบินได้” ชนะใจประชาชน
9 เมษายน 2569 เวลา 02:45:00
60
เมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2569 ที่ร้านมาเรีย การ์เด้น เรสเตอรองต์ ถ.ราชพฤกษ์ ต.บางรักน้อย อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ “เต้ พระราม 7” หัวหน้ากลุ่มกรุงเทพบินได้ พร้อมผู้บริหารกลุ่มกรุงเทพบินได้, ผู้สมัคร ส.ก., ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม., ทีมรองผู้ว่าฯ กทม. และที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. ได้จัดประชุมกลุ่มกรุงเทพบินได้ ครั้งที่ 2 เพื่อเตรียมพร้อมสู้ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. วันที่ 5 ก.ค. 2569 นี้
นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า หลังจากประชุมกลุ่มกรุงเทพบินได้เมื่อครั้งที่ผ่านมา มีการวางตัวผู้สมัคร ส.ก., ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ไว้ มีทั้งบุคคลที่เป็นบุคคลสำคัญทางการเมืองและคนนอกวงการ ณ ตอนนี้อยู่ระหว่างตัดสินใจว่าจะเลือกใครเป็นตัวแทนกลุ่มกรุงเทพบินได้ ซึ่งคู่แข่งคนสำคัญคงหนีไม่พ้น นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. คนปัจจุบัน ซึ่งตนมองว่าการแพ้ชนะนั้นอยู่ที่นโยบายเป็นหลัก ถึงแม้ฐานคะแนนเสียงของผู้ว่าฯ ชัชชาติ จะมีค่อนข้างสูงถึง 1 ล้านเสียง แต่หากมีคู่แข่งที่เหมาะสมฐานคะแนนเสียงอาจลดลงได้

ในส่วนของพรรคประชาชน วันที่ 9 เม.ย. นี้ จะมีคดีที่ถูก ป.ป.ช. ส่งฟ้องต่อศาลฎีกา ดังนั้นคนที่ตั้งใจว่าจะลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ก็อาจจะไม่ได้ลง คงจะต้องพักไปก่อน และสุดท้ายในส่วนของการหาเสียงก็คงจะไม่พ้นคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และคุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อีกเช่นเคย ส่วนว่าที่ผู้สมัครก็คงจะเป็นแค่ตัวสำรอง เช่นเดียวกับกลุ่มกรุงเทพบินได้ เราอยากได้ผู้ว่าฯ กทม. ที่มีแสงและสามารถปฏิบัติตามนโยบายของกลุ่มได้ หากทำไม่ได้อาจจะนำตัวสำรองขึ้นมาเป็นทีมแทน ในฐานะที่ตนเป็นประธานกลุ่มก็จะคำนึงถึงภาพรวมเป็นหลัก เพราะส่งผลไปยังการเลือกตั้งครั้งใหญ่ของ “พรรคก้าวล้ำ” ด้วย
นโยบายชูโรงของกลุ่มกรุงเทพบินได้ ที่วางแผนไว้และคิดว่าทำได้จริง เน้นแตกต่างและความเจริญแบบก้าวกระโดด ดังนี้
1.คลองแสนแสบดื่มได้ โดยพัฒนาน้ำในคลองให้ใสสะอาดตามมาตรฐานสากล โดยสามารถทำสำเร็จในระยะทาง 2 กม. ภายในเวลา 8 เดือน ถึง 1 ปี และขยายพื้นที่เพิ่มขึ้น
2.การพัฒนาฐานการผลิตรถยนต์บินได้เพื่อแก้ปัญหาจราจร รวมถึงรถสาธารณะ และเรือขนส่งสินค้าด้วย
3.นโยบายดูแลข้าราชการ กทม. กว่า 92,000 คน เสริมความงามและศัลยกรรมฟรี เพื่อภาพลักษณ์ที่ดี รวมถึงการออกกำลังกาย ดูแลสุขภาพ เพื่อลดการเจ็บป่วย พร้อมทำงานดูแลพี่น้องประชาชน
4.สนับสนุนสวัสดิการนวดคนละครึ่ง เน้นด้านสุขภาพและการผ่อนคลาย ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ
5.ปรับหลักสูตรการเรียน เน้นควบคู่ทั้งวิชาการและกิจกรรมเฉพาะด้าน เพื่อให้เด็กมีเวลาพัฒนาตัวเองมากขึ้น ลดค่าใช้จ่ายผู้ปกครองในการซื้อชุดนักเรียน และทรงผม เป็นต้น
นอกจากนี้ ประเด็นสำคัญของเศรษฐกิจในปัจจุบัน ประเทศไทยมีปัญหาเกี่ยวกับโรงกลั่นน้ำมันที่เป็นของเอกชน โดยล่าสุดมีการปรับขึ้นค่ากลั่นน้ำมัน จากเดิมเมื่อปี 2568 มีการคิดค่ากลั่นน้ำมัน = 1.23 บาท/ลิตร เดือน ม.ค. = 2.14 บาท/ลิ ตร เดือน ก.พ. = 2.09 บาท/ลิตร เดือน มี.ค. = 7.23 บาท/ลิตร เพิ่มขึ้นมา 3 เท่า และเดือน เม.ย. นี้ จะมีการเพิ่มขึ้นสูงถึง 15.89 บาท/ลิตร ซึ่งสาเหตุที่ราคาเฟ้อขึ้นขนาดนี้เกิดจากการอิงจากโรงกลั่นของประเทศสิงคโปร์ ดังนั้นเพื่อต้องการยับยั้งและแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ตนจึงมีจุดประสงค์อยากสร้างโรงกลั่นน้ำมันของกทม.เอง เป็นอีกหนึ่งนโยบายที่ตั้งใจจะสร้าง คาดว่าใช้เวลาไม่เกิน 2 ปี

ทั้งนี้ นายมงคงกิตติ์ ได้ทิ้งท้ายไว้ว่า การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ในครั้งนี้ ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ไม่ได้แข่งกับผู้สมัครของกลุ่มกรุงเทพบินได้ แต่แข่งกับตนในฐานะหัวหน้ากลุ่ม ซึ่งทุกอย่างอยู่ภายใต้ของนโยบายของตน ตนมั่นใจว่านโยบายแต่ละด้านจะเข้าถึงประชาชนทุกกลุ่ม ซึ่งบางกลุ่มอาจจะชอบผู้ว่าฯ ชัชชาติ แต่อีกกลุ่มอาจจะอยากได้รับความแปลกใหม่ สิ่งสำคัญในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ครั้งนี้ หากกลุ่มกรุงเทพบินได้ ได้จำนวนที่นั่ง สก. เกินครึ่ง ก็จะสามารถลดงบคอรัปชั่นได้ประมาณ 9,000 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้คนกรุงเทพมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น

เริ่มแล้ว !! งานสงกรานต์ ‘วัดห้วยมงคล’ ชวนนักท่องเที่ยวสรงน้ำหลวงพ่อทวดองค์ใหญ่เพื่อความเป็นสิริมงคลรับปีใหม่ไทย
5
ข่าวประชาสัมพันธ์
ยะลา..ชาวเบตงแห่เติมน้ำมันหลังปรับลดราคาลง ตัดพ้อขึ้น 6 บาทลง 2 บาท ได้แต่ทำใจ
เศรษฐกิจ-สังคม
'แน็ก-ชาลี" พระเอกวัยรุ่น พบ”บิ๊กเต่า”ตามติด จี้คดีโจรลักปืน กว่า 60 กระบอก !!
110
ศิลปวัฒธรรม-บันเทิง

อาชญากรรม
สิบภาค 1 - 2 ผนักกำลังไล่ล็อก 11 ผู้ต้องหาตามหมายจับ "บัญชีม้า พนันออนไลน์ ฟอกเงิน" ครบสูตรคนนอกกฎหมาย !!










