รัฐบาล ชูเสน่ห์ “ผ้าหมี่ขิดอุดรธานี” ลายไหบ้านเชียง-ดอกบัว สู่เสื้อ ครม.สัญจร ต่อยอดภูมิปัญญาสร้างคุณค่าผลิตภัณฑ์ชุมชน
28 ตุลาคม 2569 เวลา 10:00:00
2518
เมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2569 ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร ณ จังหวัดอุดรธานี ระหว่างวันที่ 2–3 พ.ย.นี้ ครม.เตรียมสวมใส่เสื้อที่นำผ้าหมี่ขิดซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของจ.อุดรธานีมาประยุกต์ใช้ ถ่ายทอดเรื่องราวของท้องถิ่นผ่านลวดลายบนผืนผ้า สะท้อนคุณค่าภูมิ ปัญญาไทยที่ไม่ได้มีเพียงความงดงาม แต่ยังบอกเล่าประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และวิถีชีวิตของชุมชน เสื้อดังกล่าวตัดเย็บจากผ้าพื้นสีน้ำเงินเข้มย้อมครามธรรมชาติ ทอด้วยเทคนิค 4 ตะกอ เกิดเป็นลายลูกแก้วที่มีมิติและเอกลักษณ์ โดยผ้าพื้นมาจากวิสาหกิจชุมชนแม่บ้านเกษตรกรทอผ้ามัดหมี่ย้อมครามดงยาง-พรพิบูลย์ อำเภอพิบูลย์รักษ์ แหล่งเรียนรู้การทอผ้ามัดหมี่ย้อมครามที่สืบทอดฝีมือกันมาหลายรุ่น ก่อนนำมาตกแต่งด้วยผ้าหมี่ขิดที่รวมลวดลายสำคัญของจังหวัดไว้บนเสื้ออย่างมีความหมาย

ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวอีกว่า สองลายเด่น ที่บอกเล่ารากเหง้าและความงดงามของอุดรธานี ลายแรกคือ “ลายไหบ้านเชียง” ที่เชื่อมโยงกับแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมบ้านเชียง สะท้อนคุณค่าทางประวัติศาสตร์และมรดกทางวัฒนธรรมที่ทำให้อุดรธานีเป็นที่รู้จัก และ “ลายดอกบัว” สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ ความงดงามของธรรมชาติ และอัตลักษณ์ท้องถิ่น โดยเฉพาะทะเลบัวแดง อ.กุมภวาปี แหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่เชื่อมโยงธรรมชาติเข้ากับวิถีชีวิตของชุมชน ความโดดเด่นของผ้าหมี่ขิดอยู่ที่กระบวนการทออันประณีต ใช้เทคนิค “เก็บขิด” หรือ “เก็บดอก” จำนวน 58 ไม้ สลับกับการมัดหมี่และใช้สีจากครามธรรมชาติ ผลิตโดยกลุ่มทอผ้าโบราณบ้านโนนกอก ต.หนองนาคำ อ.เมืองอุดรธานี ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้และผลิตผ้าทอมือจากกี่โบราณ รวมถึงเป็นแหล่งรวบรวมผ้าทอพื้นเมืองจากช่างทอทั่วจังหวัด เมื่อนำผ้าพื้นย้อมครามมาผสานกับผ้าหมี่ขิดที่มีลวดลายเฉพาะตัว จึงเกิดเป็นเครื่องแต่งกายที่สะท้อนทั้งความประณีตของงานหัตถศิลป์และเรื่องราวของบ้านเกิด โดยแนวคิดของลวดลายยังสื่อถึงความมั่งคั่ง ความยั่งยืน ความร่มเย็นเป็นสุข และความงดงามที่ส่งต่อได้จากรุ่นสู่รุ่น
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อุดรธานีมีรากฐานภูมิปัญญาผ้าทอมือที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน โดยชุมชนบ้านนาข่าเริ่มรวมกลุ่มทอผ้ามัดหมี่และผ้าขิดอย่างจริงจังใน พ.ศ. 2517 จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์จังหวัดที่สะท้อนผ่านคำขวัญ “ธานีผ้าหมี่ขิด” ต่อมาใน พ.ศ. 2534–2535 ยังมีการจัดทำผ้าหมี่ขิดประวัติศาสตร์เพื่อเฉลิมฉลองการก่อตั้งเมืองอุดรธานีครบ 99 ปี โดยช่างทอ 150 กลุ่มทั่วจังหวัดร่วมกันทอผ้าผืนเดียวความยาว 1,199 เมตร กว้าง 60 เซนติเมตร ประกอบด้วยลวดลายมากกว่า 600 ลาย ปัจจุบันจัดแสดง ณ ศูนย์ออกแบบสร้างสรรค์และสิ่งทอ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี การออกแบบเสื้อผ้าหมี่ขิดสำหรับการประชุม ครม. สัญจรครั้งนี้ เป็นความร่วมมือระหว่างจังหวัดอุดรธานีกับศูนย์ออกแบบสร้างสรรค์และสิ่งทอ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี โดยนำทุนทางวัฒนธรรมมาประยุกต์ให้เข้ากับการใช้งานร่วมสมัย ช่วยให้ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นมีพื้นที่นำเสนอในวงกว้าง และเปิดโอกาสให้ประชาชนได้รู้จักฝีมือของกลุ่มทอผ้าในจังหวัดมากยิ่งขึ้น

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การนำผ้าหมี่ขิดมาเป็นส่วนหนึ่งของการประชุม ครม.สัญจร ไม่เพียงเป็น การนำเสนออัตลักษณ์ของจังหวัดเจ้าภาพ แต่ยังเป็นโอกาสในการสะท้อนคุณค่าของภูมิปัญญาท้องถิ่นและฝีมือของช่างทอไทยให้เป็ นที่รู้จักในวงกว้าง การสืบสานผ้าทอพื้นเมืองจึงไม่ใช่เพียงการรักษาลวดลายจากอดีต แต่คือการต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมให้เกิดคุณค่าในปัจจุบัน และสร้างโอกาสให้ผลิตภัณฑ์ชุมชนเติบโตควบคู่ไปกับการพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืน.

