ศาลสั่งคุก 1 ปี ไม่รอลงอาญา “นครชัย” อดีต สส.ระยอง คดีปกปิดประวัติคุกสมัครเลือกตั้ง เพิกถอนสิทธิ 20 ปี-สั่งคืนเงิน 4 แสน
9 มีนาคม 2569 เวลา 11:12:00
70
ระยอง – ศาลจังหวัดระยองพิพากษาจำคุก 1 ปี ไม่รอลงอาญา “นครชัย ขุนณรงค์” อดีต ส.ส.ระยอง เขต 3 คดีลงสมัครรับเลือกตั้งทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าตนขาดคุณสมบัติ พร้อมเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี และสั่งคืนเงินประจำตำแหน่งกว่า 4 แสนบาทให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ชี้การกระทำเป็นการเพิกเฉยต่อกฎหมาย ทั้งที่ตำแหน่ง ส.ส.เป็นตัวแทนของประชาชน ไม่สมควรรอการลงโทษ
เมื่อวันที่ 9 มี.ค.2569 ที่ศาลจังหวัดระยอง ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการจังหวัดระยองยื่นฟ้อง นายนครชัย ขุนณรงค์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระยอง เขต 3 พรรคก้าวไกล เป็นจำเลย ในความผิดฐานลงสมัครรับเลือกตั้งโดยรู้อยู่แล้วว่าตนขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม และแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน
คำฟ้องระบุว่า จำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก 1 ปี 6 เดือน ในคดีลักทรัพย์ ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2626/2558 ของศาลจังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา ส่งผลให้เข้าลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 42 (12) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2561 ไม่สามารถสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้

อย่างไรก็ตาม นายนครชัยทราบข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นอย่างดี แต่ยังคงยื่นใบสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. เขต 3 จังหวัดระยอง ในการเลือกตั้งปี 2566 พร้อมเอกสารประกอบและให้ถ้อยคำต่อผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งว่า ตนมีคุณสมบัติครบถ้วนและไม่เป็นบุคคลต้องห้าม อันเป็นการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานผู้ปฏิบัติหน้าที่รับสมัครเลือกตั้ง
ภายหลังการเลือกตั้ง จำเลยได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.แบบแบ่งเขต จังหวัดระยอง เขต 3 และดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่ 14 พฤษภาคม ถึง 3 สิงหาคม 2566 โดยในช่วงเวลาดังกล่าวได้รับเงินประจำตำแหน่งและผลประโยชน์อื่นจากการดำรงตำแหน่ง รวมเป็นเงิน 402,055 บาท
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 27 ม.ค.ที่ผ่านมา ระหว่างการนัดสืบพยานจำเลย นายนครชัยได้ถอนคำให้การเดิมที่เคยปฏิเสธ เปลี่ยนเป็นรับสารภาพตามฟ้อง โดยโจทก์และจำเลยแถลงไม่ติดใจสืบพยาน พร้อมขอเลื่อนการอ่านคำพิพากษาเพื่อจัดเตรียมเงินชำระคืนตามที่โจทก์ร้องขอบางส่วน และประสงค์จะคืนเงินประจำตำแหน่งทั้งหมด ศาลจึงเลื่อนนัดอ่านคำพิพากษาเป็นวันที่ 9 มี.ค.2569
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรม นูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 มาตรา 42 (12) และมาตรา 151 การกระทำของจำเลยเป็น การกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท จึงให้ลงโทษตามบทที่มีโทษหนักที่สุด คือความผิดฐานลงสมัครรับเลือกตั้งโดยรู้อยู่แล้วว่าตนขาดคุณสมบัติ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 พิพากษาจำคุก 2 ปี แต่เนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา จึงมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี

ศาลระบุในคำพิพากษาว่า การที่จำเลยลงสมัครรับเลือกตั้งในตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าตนขาดคุณสมบัติ ทั้งที่ตำแหน่งดังกล่าวเป็นตัวแทนของประชาชนและได้มาจากการเลือกตั้ง โดยจำเลยได้รับความไว้วางใจจากประชาชนจนชนะการเลือกตั้ง แต่กลับเพิกเฉยต่อกฎหมาย กรณีจึงไม่สมควรรอการลงโทษ
พร้อมกันนี้ ศาลมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจำเลยเป็นเวลา 20 ปี และให้คืนเงินประจำตำแหน่งและผลประโยชน์ตอบแทนอื่นที่ได้รับจากการดำรงตำแหน่ง ส.ส. รวม 402,055 บาท ให้แก่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 3 มี.ค.2568 ศาลจังหวัดระยองมีคำพิพากษาในคดีแพ่ง ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายจากการทำให้รัฐต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ เป็นเงินต้น 7,735,942 บาท พร้อมดอกเบี้ย 492,806 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 8,228,748 บาท ทั้งนี้ ภายหลังฟังคำพิพากษา นายนครชัยอยู่ระหว่างยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว ระหว่างการยื่นอุทธรณ์คดีต่อไป.

ม.นครพนม จับมือ สธ. ผลิตแพทย์ 10 ปีต่อเนื่อง แก้ปัญหาการขาดแคลนและการกระจายแพทย์ในระบบสาธารณสุข
42
ข่าวประชาสัมพันธ์
นครพนม จัดโครงการยกระดับคะแนน ITA มุ่งเสริมความโปร่งใสภาครัฐ ประจำปี งบประมาณ 2569
เศรษฐกิจ-สังคม
เริ่มแล้ว “Art Of Salt FEST #11” งานประติมากรรมเกลือสุดอลังการ !! กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเพชรบุรี
70
ศิลปวัฒธรรม-บันเทิง

อาชญากรรม
คืบหน้าบังคับใช้กฎหมาย รวบแกนนำเอี่ยวก่อเหตุ ยึดอาวุธปืน-พบหมายจับหลายคดี เชื่อโยงเหตุความไม่สงบต่อเนื่อง










