รวบคากรุง! สแกมเมอร์เกาหลีข้ามชาติ!! สืบ ตม.3 - ป.ป.ส. บุกจับตาม “หมายแดง INTERPOL” พร้อมไอซ์ คาคอนโดหรูย่านห้วยขวาง
30 เมษายน 2569 เวลา 05:32:00
55
รวบคากรุง! สแกมเมอร์เกาหลีข้ามชาติ!! สืบ ตม.3 - ป.ป.ส. บุกจับผู้ต้องหา “หมายแดง INTERPOL” พร้อมไอซ์ คาคอนโดหรูย่านห้วยขวาง
วันที่ 30 เม.ย. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบาย พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. ที่กำชับให้ทุกหน่วยในสังกัดเดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติอย่างเข้มข้น พร้อมสั่งการ X-ray พื้นที่เป้าหมายทั่วประเทศ เพื่อกวาดล้างชาวต่างชาติที่ใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด
ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม. 3 , พ.ต.อ.เดโช โสสุวรรณากุล รอง ผบก.ตม.3 , พ.ต.อ.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ รอง ผบก.ตม.3 และ พ.ต.อ.สุทธิพงษ์ พุทธิพงษ์ รอง ผบก.อก.บช.น. ช่วยราชการ บก.ตม.3 ให้ได้สั่งการให้ พ.ต.อ. สุริยะ พ่วงสมบัติ ผกก.สส.บก.ตม.3 นำกำลังชุดสืบสวนลงพื้นที่

นำโดย พ.ต.ท.ปิติพัฒน์ ศรีธนาอภินันท์ รอง ผกก.สส.บก.ตม.3 , พ.ต.ท.จตุรโชค เพชรคง สว.กก.สส.บก.ตม.3 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน เร่งแกะรอย หลังจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลี ประจำประเทศไทย ได้ประสานงานให้ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลสัญชาติเกาหลี ที่เป็นบุคคลตามหมายแดง (Red Notice) ของตำรวจสากล (INTERPOL) ในคดีกลุ่มอาชญากรองค์กร ฉ้อโกงทางการเงินที่ใช้ระบบโทรคมนาคมเป็นฐาน และได้ร่วมกันสมคบกับผู้ร่วมกระทำความผิดรายอื่น เพื่อโอนสื่อหรือข้อมูลสำหรับใช้ในการกระทำความผิดฉ้อโกง ระหว่างพำนักอยู่ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ได้หลอกลวงคนเกาหลีในต่างแดนส่งตัวไปยังศูนย์สแกมในประเทศกัมพูชา เพื่อกักขัง อีกทั้งยังฟอกเงินจากการหลอกลวงทางโทรศัพท์ (Voice Phishing) เป็นสกุลเงินดิจิทัล (USDT)
ซึ่งจากการสืบสวนติดตามพบว่าผู้ต้องหา เดินทางเข้าประเทศไทย เมื่อวันที่ 2 เม.ย.69 ด้วยวีซ่าประเภทท่องเที่ยวและได้เข้ามาพักอาศัย อยู่ภายในคอนโดมิเนียมหรู ในเขตพื้นที่ห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร และมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด จึงได้วางกำลังเพื่อทำการจับกุม

กระทั่งเมื่อวันที่ 29 เม.ย.69 เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้พบผู้ต้องหา คือ Mr.GIJU (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี จึงได้แสดงความบริสุทธิ์ใจเพื่อทำการตรวจสอบ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.ตม.3 ได้แจ้งคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณา จักร (เพิกถ อนวีซ่า) เนื่องจากเข้าลักษณะคนต่างด้าวที่เป็นบุคคลต้องห้าม มีพฤติการณ์ว่าเป็นภัยต่อสังคมฯ ตามกฎหมายคนเข้าเมือง พร้อมทำการตรวจค้น พบยาไอซ์ ซุกซ่อนอยู่ในภายกระเป๋าถือ ซึ่งเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ได้ทำการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป็นสารเสพติดประเภทเมทเอมเฟตามีนจริง

จากนั้น เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ขอทำการตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติดในร่างกาย หากแต่ผู้ต้องหาไม่ให้ความร่วมมือแต่โดยดี จึงได้แจ้งสิทธิให้ผู้ต้องหาทราบ พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ต้องหาทราบว่า กระทำความผิดฐาน “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือไอซ์) ครอบครองโดยผิดกฎหมาย และ ไม่ยอมให้มีการตรวจหรือทดสอบว่าเป็นผู้มียาเสพติดอยู่ในร่างกาย ในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดียาเสพติด“ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมในต่างประเทศ พบว่า ผู้ต้องหาเคยต้องโทษคดีอาญาในประเทศเกาหลีใต้ ในความผิดเกี่ยวกับการกระทำอนาจารในลักษณะข่มขืน เมื่อปี พ.ศ.2565 และคดีจำหน่ายยาเสพติดในปี พ.ศ.2567 อันแสดงให้เห็นถึงพฤติการณ์เป็นบุคคลอันตรายและมีแนวโน้มก่อเหตุซ้ำ
สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ยืนยันเดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติอย่างต่อเนื่อง และจะไม่ยินยอมให้ประเทศไทยเป็นแหล่งหลบซ่อนของผู้กระทำความผิด เพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนต่อไป.

วัดไผ่ล้อมพระอารามหลวง จ.นครปฐม สืบสานอนุรักษ์วัฒนธรรมมรดกไทย เปิดรับนักเ รียน ประชาชน ผู้สูงวัย เรียนโขน-นาฏศิลป์ ทุกวันอาทิตย์
157
ศิลปวัฒธรรม-บันเทิง

กกต. พร้อมจัดการเลือกตั้ง นายก.อบจ.กาฬสินธุ์ อย่างบริสุทธิ์ โปร่งใส และเที่ยงธรรม !!
การเมือง-การเมืองท้องถิ่น
คณะเกษตรศาสตร์ ม.อุบลฯ MOU บ. ฟู้ดเฮ้าส์ เคเทอร์ริ่ง เซอร์วิสเซส จำกัด พัฒนาทักษะนักศึกษา
การศึกษา
เดินหน้าเต็มสูบกระตุ้นเศรษฐกิจปัตตานี จัดงาน Motor Show Pattani 2026 ยิ่งใหญ่ คึกคัก 10 วัน10 คืน





