ไม่กลัวคุกว่างั้น!! อดีตนักโทษค้ายานรกหวนคืนวงการ เพิ่งพ้นโทษไม่นาน เปิด FB ขายยาบ้า ตร.ไซเบอร์แฝงตัวบุกล็อกคาบ้าน
7 พฤศจิกายน 2569 เวลา 15:50:00
3547
ไม่กลัวคุกว่างั้น!! อดีตนักโทษค้ายานรกหวนคืนวงการ เพิ่งพ้นโทษไม่นาน เปิด FB ขายยาบ้า ตร.ไซเบอร์แฝงตัวล่อซื้อ บุกล็อกคาบ้าน
ระยอง – ตำรวจไซเบอร์เปิดปฏิบัติการไล่ล่าพ่อค้ายานรกบนโลกออนไลน์ รวบอดีตนักโทษวัย 48 ปี เพิ่งพ้นเรือนจำคดียาเสพติดมาได้ไม่นาน กลับไม่สำนึก หวนคืนวงจรค้ายานรกอีกครั้ง ใช้กลุ่มเฟซบุ๊กสาธารณะเป็นแหล่งติดต่อซื้อขายยาเสพติดอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย สุดท้ายจนมุมถูกตำรวจแฝงตัวเป็นลูกค้าล่อซื้อยาบ้า 2 ถุง จ่ายเงินสด 7,600 บาท นัดส่งของถึงบ้านพัก ก่อนบุกชาร์จจับกุมคาหนังคาเขา ยึดยาบ้าของกลาง 384 เม็ด พร้อมเงินล่อซื้อและโทรศัพท์มือถือที่ใช้ติดต่อค้าขาย
เมื่อวันที่ 7 พ.ย. 2569 พ.ต.อ.กฤติน ตปสีโล ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.1 พร้อมด้วย พ.ต.ท.นพดล บุตรวงษ์ สว.กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.1 นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์เข้าจับกุม นายพีระพงศ์ อายุ 48 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 384 เม็ด ธนบัตรที่ใช้ในการล่อซื้อจำนวน 7,600 บาท และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง

ปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจาก พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผบช.สอท. สั่งการให้ตำรวจไซเบอร์เร่งกวาดล้างอาชญากรรมและการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดบนสื่อสังคมออนไลน์อย่างเข้มงวด โดยมี พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.สอท.1 กำกับดูแล ต่อมา พ.ต.อ.กฤติน ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนแฝงตัวเข้าไปตรวจสอบความเคลื่อนไหวในกลุ่มเฟซบุ๊กสาธารณะแห่งหนึ่ง ซึ่งมีสมาชิกมากกว่า 5,000 คน กระทั่งพบความผิดปกติของบัญชีเฟซบุ๊กรายหนึ่ง มีพฤติการณ์โพสต์และติดต่อซื้อขายแลกเปลี่ยนยาเสพติดอย่างโจ่งแจ้ง เจ้าหน้าที่จึงไม่ปล่อยผ่าน เร่งแกะรอยตรวจสอบตัวตนเจ้าของบัญชีอย่างละเอียด
กระทั่งสืบทราบว่าบัญชีดังกล่าวเป็นของนายพีระพงศ์ ซึ่งพักอาศัยอยู่ในพื้นที่หมู่ 12 ต.กระแสบน อ.แกลง จ.ระยอง ชุดสืบสวนจึงวางแผนตลบหลัง ติดต่อผ่านบัญชีเฟซบุ๊กดังกล่าว ทำทีเป็นลูกค้าต้องการซื้อยาบ้าจำนวน 2 ถุง โดยตกลงราคากันที่ 7,600 บาท ผู้ต้องหาไม่เอะใจ ตอบรับคำสั่งซื้อ ก่อนนัดหมายให้ไปรับยาบ้าที่บ้านพักแห่งหนึ่งบริเวณวัดคลองป่าไม้ ต.กระแสบน อ.แกลง จ.ระยอง

เมื่อถึงวันนัดหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจแบ่งกำลังซุ่มเฝ้าสังเกตการณ์โดยรอบจุดส่งมอบยาเสพติด พร้อมส่งตำรวจชุดหนึ่งปลอมตัวเป็นลูกค้าเข้าเจรจาซื้อขาย กระทั่งพบชายต้องสงสัยปรากฏตัวพร้อมนำยาบ้าออกมาจากกระเป๋าจำนวน 2 ถุง ส่งมอบให้กับตำรวจที่แฝงตัวมา ก่อนรับเงินสดค่าซื้อขายจำนวน 7,600 บาท เมื่อการซื้อขายเสร็จสิ้น สัญญาณเข้าจับ กุมจึงดังขึ้น เจ้าหน้าที่ชุดซุ่มได้กรูกันเข้าชาร์จล็อกตัวทันที ไม่เปิดโอกาสให้ผู้ต้องหาตั้งตัวหรือหาทางหลบหนี
จากการตรวจค้นพบยาบ้า ซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 จำนวน 384 เม็ด บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกสีฟ้า 2 ถุง พร้อมเงินสดที่ใช้ในการล่อซื้อจำนวน 7,600 บาท และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง พร้อมซิมการ์ดหมายเลขที่ใช้ติดต่อซื้อขายยาเสพติด เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐานมัดตัวผู้ต้องหา

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายพีระพงศ์ให้การยอมรับว่า ยาบ้าทั้งหมดที่ตรวจยึดได้เป็นของตนเองจริง นอกจากนี้เมื่อตรวจสอบประวัติย้อนหลังยังพบว่า ผู้ต้องหาเคยถูกดำเนินคดีและต้องโทษจำคุกในคดีจำหน่ายยาเสพติดมาก่อน เพิ่งพ้นโทษออกจากเรือนจำมาได้ไม่นาน แต่กลับไม่เข็ดหลาบ หวนกลับมาค้ายานรกในรูปแบบเดิมอีกครั้ง โดยเปลี่ยนช่องทางจากการติดต่อซื้อขายทั่วไปมาใช้กลุ่มเฟซบุ๊กสาธารณะเป็นแหล่งหาลูกค้า หวังอาศัยโลกออนไลน์เป็นช่องทางทำมาหากินผิดกฎหมาย แต่สุดท้ายไม่รอดสายตาตำรวจไซเบอร์ที่แฝงตัวเฝ้าติดตามพฤติการณ์จนสามารถวางแผนล่อซื้อและรวบตัวได้พร้อมของกลาง
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต และมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า” ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนสภ.แกลง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
อย่างไรก็ตาม ตำรวจไซเบอร์ยังไม่หยุดเพียงผู้ต้องหารายนี้ เตรียมขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงิน แหล่งที่มาของยาบ้า และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อสาวให้ถึงต้นตอขบวนการค้ายานรกบนโลกออนไลน์ พร้อมติดตามผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีให้ถึงที่สุดต่อไป.
