ตามรวบสาว รับจ้างเปิดบัญชีม้า พบมีหมายจับติดตัวรวม 7 หมายเอี่ยวขบวนการหลอกลงทุนฟอกเงิน เสียหายกว่า 5 ล้านบาท !!
5 ตุลาคม 2569 เวลา 11:20:00
1958
วันที่ 5 ต.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวง ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.บุญลือ ผดุงถิ่น ผบก.ทล., พ.ต.อ.อินท รัตน์ ปัญญา ผกก.7 บก.ทล., เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.พงษ์ศักดิ์ มีมุสิก สวญ.ส.ทล.1 กก.7 บก.ทล., พ.ต.ท. สถาพร มุสิกพงศ์ สว.ส.ทล.1 กก.7 บก.ทล., เจ้าหน้าที่ ตำรวจ ส.ทล.1 กก.7 บก.ทล. (พังงา, กระบี่, ภูเก็ต)
ร่วมกันจับกุม น.ส.ศรินรัตน์ฯ อายุ 54 ปี ตามหมายจับของ ศาลจังหวัดนครปฐมที่ 5XX/2565 ลงวันที่ 28 ธ.ค.2565
โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนคนอื่น,โดยสุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา” สถานที่จับกุม บริเวณ สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดพังงา ต.ถ้ำน้ำผุด อ.เมือง จ.พังงา
ด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับซึ่งขอปกปิดนามว่า พบ น.ส.ศรินรัตน์ฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม ที่ 5XX/2565 ลงวันที่ 28 ธันวาคม 2565 กำลังเดินทางไปยังสถานีขนส่งผู้โดยสาร เจ้าหน้าที่จึงรายงานข้อมูลให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนเร่งเดินทางไปตรวจสอบตามเบาะแสทันที
เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงบริเวณดังกล่าว พบหญิงรายหนึ่งตำหนิรูปพรรณใกล้เคียงกับบุคคลตามหมายจับ เจ้าหน้าที่จึงแสดงบัตรประจำตัวเจ้าพนักงานของรัฐเพื่อแสดงตน พร้อมขอตรวจสอบเอกสารประจำตัว เพื่อยืนยันตัวบุคคล ผลการตรวจสอบปรากฏว่า หญิงรายดังกล่าวคือ น.ส.ดวงพรฯ บุคคลตามหมายจับจริง

อีกทั้งจากการตรวจสอบพบว่าไม่เคยถูกจับกุมตามหมายจับฉบับดังกล่าวมาก่อน เจ้าหน้าที่จึงแสดงหมายจับและแจ้งรายละเอียดให้ทราบ พร้อมดำเนินการจับกุมตัวทันทีจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย สอบถามคำให้การผู้ต้องหา จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับว่า เป็นเจ้าของบัญชีธนาคารที่กลุ่มมิจฉาชีพนำไปใช้ในการหลอกลวงผู้เสียหายจริง
โดยเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2563 มีเพื่อนเข้ามาชักชวนให้ไปเปิดบัญชีธนาคารในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น จำนวน 2 บัญชี โดยได้รับค่าจ้างเป็นเงินจำนวน 2,500 บาท ต่อมาผู้ต้องหาทราบว่า กลุ่มเพื่อนที่เกี่ยวข้องกับการเปิดบัญชีดังกล่าวถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม เนื่องจากมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการนำบัญชีธนาคารไปใช้ในทางทุจริต ผู้ต้องหาจึงเกรงว่าจะถูกดำเนินคดีและได้หลบหนีออกจากพื้นที่ไปทำงานในพื้นที่จังหวัดพังงาเป็นเวลานานกว่า 5 ปี ก่อนถูกจับกุมตามหมายจับในคดีนี้
จากการตรวจสอบเพิ่มเติมของเจ้าหน้าที่ พบว่า บัญชีธนาคารดังกล่าวถูกกลุ่มมิจฉาชีพนำไปใช้เป็นช่องทางรับโอนเงินจากผู้เสียหาย ซึ่งถูกหลอกลวงผ่านขบวนการลงทุนออนไลน์ และมีการร้องทุกข์กล่าวโทษไว้กับสถานีตำรวจในท้องที่ต่าง ๆ รวมถึงมีการร้องทุกข์ผ่านระบบรับแจ้งความออนไลน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว จำนวน 8 คดี มีผู้เสียหายเบื้องต้นกว่า 30 ราย มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 5,000,000 บาท

นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการออกหมายจับ น.ส.ศรินรัตน์ฯ ในความผิดลักษณะเดียวกัน รวมถึงความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงินแล้ว จำนวน 7 หมายจับ ประกอบด้วย
หมายจับของศาลจังหวัดนครปฐม ที่ 51X/2565 ลงวันที่ 28 ธันวาคม 2565
หมายจับของศาลจังหวัดพิษณุโลก ที่ 12X/2566 ลงวันที่ 7 เมษายน 2566
หมายจับของศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ 18X/2564 ลงวันที่ 11 มีนาคม 2564
หมายจับของศาลจังหวัดกำแพงเพชร ที่ 13X/2564 ลงวันที่ 8 กรกฎาคม 2564
หมายจับของศาลจังหวัดธัญบุรี ที่ 6X/2565 ลงวันที่ 27 มกราคม 2565
หมายจับของศาลแขวงดุสิต ที่ 5X/2564 ลงวันที่ 5 เมษายน 2564
หมายจับของศาลอาญาธนบุรี ที่ 17X/2564 ลงวันที่ 19 เมษายน 2564
เปิดแผนกลโกง “ลงทุนออนไลน์” ล่อเหยื่อด้วยกำไรสูง ก่อนล็อกเงิน ถอนออกไม่ได้ สำหรับรูปแบบการก่อเหตุ จากการตรวจสอบพบว่า กลุ่มมิจฉาชีพมีพฤติการณ์ในลักษณะเดียวกัน โดยใช้ช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ อาทิ Facebook และ TikTok เป็นช่องทางโฆษณาชักชวนประชาชนให้เข้าร่วมลงทุน โดยอ้างว่าเป็นการลงทุนที่สามารถสร้างผลตอบแทนและกำไรได้ง่าย หรือเชิญชวนให้ผู้สนใจเข้ามา กดไลก์ กดแชร์ ปั่นรีวิว และทำภารกิจต่าง ๆ เพื่อแลกกับค่าตอบแทนหรือผลกำไรในอัตราสูง โดยผลตอบแทนจะเพิ่มขึ้นตามจำนวนเงินที่ผู้เสียหายนำมาลงทุน เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อ กลุ่มมิจฉาชีพจะสร้างบัญชีหรือระบบที่แสดงยอดเงินลงทุนและผลกำไรเสมือนจริง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ อีกทั้งในระยะแรกผู้เสียหายยังสามารถถอนเงินหรือผลกำไรออกมาได้จริง ทำให้เกิดความเชื่อมั่นและตัดสินใจโอนเงินเข้าระบบเพิ่มมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้เสียหายเพิ่มจำนวนเงินลงทุนจนเป็นจำนวนมาก กลุ่มมิจฉาชีพจะเริ่มใช้ข้ออ้างต่าง ๆ เพื่อระงับการถอนเงิน เช่น ผู้เสียหายลงทุนผิดขั้นตอน บัญชีมีปัญหา หรือจำเป็นต้องโอนเงินเพิ่มเติมเพื่อแก้ไขระบบ พร้อมทั้งอ้างว่าจะสามารถถอนเงินลงทุนและกำไรทั้งหมดออกมาได้
ภายหลังจากนั้นจะพยายามหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นการใช้กลอุบายและสร้างความหวังว่าจะได้รับเงินคืน เพื่อให้สามารถเรียกเงินจากผู้เสียหายได้มากที่สุด ก่อนตัดการติดต่อและไม่สามารถถอนเงินออกจากระบบได้ในที่สุดทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการเงินและบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการและติดตามทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.

สภาวัฒนธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดแสดงหุ่นละครเล็กโจหลุยส์การกุศล เชิดชูเก ียรติคนดีศรีวัฒนธรรม
2358
ศิลปวัฒธรรม-บันเทิง

ประธานสภา อบจ.สกลนคร แจงยิบ! งบฯ 70 ผู้ว่าฯ "เงียบ" เกิน 15 วัน กฎหมายถือว่าเห็นชอบ พร้อมร้องปลัด มท.ลงตรวจสอบ
การเมือง-การเมืองท้องถิ่น
สพม.ชัยภูมิ ห่วงใยความปลอดภัยนักเรียนช่วงปิดภาคเรียน สร้างความร่วมมือผู้ปกครองเฝ้าระวังอุบัติเหตุ
การศึกษา
นครพนมเปิดเวที “ประโยชน์การใช้ AI ต่อชุมชน” ดึงนักเรียน–อสม.–ผู้นำชุมชนกว่า 500 คน เรียนรู้เทคโนโลยีใกล้ตัว

