top of page

ศูนย์ ACSC เปิดสถิติตุ๋นออนไลน์ ยอดเงินพุ่งสวนทางจำนวนคดี มิจฉาชีพเปลี่ยนแผน “เน้นรายใหญ่” ทำความเสียหายเพิ่ม 52 ล้าน

16 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 07:19:00

4

eye.png

อาชญากรรม

ศูนย์ ACSC เปิดสถิติตุ๋นออนไลน์ ยอดเงินพุ่งสวนทางจำนวนคดี มิจฉาชีพเปลี่ยนแผน “เน้นรายใหญ่” ทำความเสียหายเพิ่ม 52 ล้านในสัปดาห์เดียว ขณะที่ภาพรวมพบผู้หญิงวัย 31-40 ปี ตกเป็นเหยื่อสูงสุด

 

วันที่ 16 ก.พ. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. เปิดสถิติคดีและความเสียหายในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังมีการดำเนินการสืบสวนจับกุมพร้อมช่วยเหลือเหยื่อจากการถูกหลอกลวงภายใต้ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ตั้งแต่วันที่ 8-14 ก.พ.69 มีคดีที่รับแจ้งเข้ามาผ่านทาง Thaipoliceonline จำนวน 7,290 คดี มูลค่าความเสียหาย 481,879,930 บาท (เฉลี่ยประมาณ 68.84 ล้านบาทต่อวัน) ซึ่งคดีที่รับแจ้งรอบนี้ลดลงจากห้วงวันที่ 1- 7 ก.พ.69 จำนวน 555 คดี แต่พบว่ามูลค่าความเสียหายเพิ่มขึ้นกว่า 52,296,423 บาท ข้อมูลจากทีมวิเคราะห์พบว่าแม้ภาพรวมจำนวนคดีจะลดลง แต่ค่าเฉลี่ยความเสียหายต่อคดีกลับเพิ่มขึ้น เมื่อคำนวณค่าเฉลี่ยความเสียหายต่อคดีในสัปดาห์ล่าสุดจะอยู่ที่ประมาณ 66,101 บาท/เคส เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าอยู่ที่ประมาณ 54,759/เคส ซึ่งอาจตีความได้ว่ามิจฉาชีพมีการปรับเปลี่ยนวิธีการหลอกลวงที่สร้างความเสียหายต่อรายสูงขึ้นเพื่อให้ได้เงินจำนวนมากต่อครั้ง


หากนับเชิงปริมาณของคดีที่มีการแจ้งเข้ามา อันดับ 1. ยังคงเป็นการหลอกซื้อขายสินค้าออนไลน์ มีจำนวนมากถึง 71.6% ซึ่งครองสัดส่วนสูงที่สุดอย่างชัดเจน สะท้อนว่าเป็นภัยใกล้ตัวที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุดในชีวิตประจำวันโดยคนร้ายเน้นหลอกคนจำนวนมาก แม้ว่ามูลค่าต่อคดีจะไม่สูงนัก แต่ก็ยังเป็นภัยคุกคามวงกว้าง ขณะที่อันดับ   2. คือการหลอกให้โอนหารายได้พิเศษ และอันดับ 3. เป็นการข่มขู่ทางโทรศัพท์ เช่นเดียวกับสัปดาห์ที่แล้ว

กล่องสีขาว.jpg

ขณะที่หากเทียบในเชิงมูลค่าความเสียหายพบว่าอันดับคดีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยครั้งนี้ การข่มขู่ทางโทรศัพท์ กลับขึ้นมาเป็นอันดับ 1 แม้จำนวนคดีจะน้อยกว่า แต่มูลค่าความเสียหายกลับสูงที่สุด แสดงว่าเหยื่อแต่ละรายสูญเสียเงินเป็นจำนวนมากต่อครั้ง ขณะที่อันดับ 2. คือการหลอกให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ และอันดับ 3. คือการหลอกให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์


จากการวิเคราะห์ข้อมูลสถิติคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีห้วงวันที่ 8-14 ก.พ.69 พบว่าผู้หญิงตกเป็นเหยื่อมากกว่าผู้ชายอย่างชัดเจน และหากวิเคราะห์ตามช่วงอายุพบว่า กลุ่มอายุ 31-40 ปี เป็นกลุ่มที่ตกเป็นเหยื่อมากที่สุด โดยจำนวนผู้เสียหายสูงสุด อันดับ 1 คดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ คือกลุ่มอายุ 31-40 ปี อันดับ 2 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ คือกลุ่มอายุ 41-50 ปี และอันดับ 3 คดีข่มขู่ทางโทรศัพท์ คือกลุ่มอายุ 18-25 ปี


ดังนั้นวิธีป้องกันตนเองจากการถูกหลอกลวง จากการซื้อสินค้าทางออนไลน์ ประชาชนควรเลือกซื้อสินค้าและบริการออนไลน์ ผ่านแพลตฟอร์มที่มีระบบ “กระเป๋าเงินกลาง” เช่น TikTokShop, Lazada และShopee ซึ่งเป็นระบบที่แพลตฟอร์มจะรับเงินจากผู้ซื้อไว้ชั่วคราว และจะโอนเงินให้ผู้ขายก็ต่อเมื่อผู้ซื้อได้รับสินค้าเรียบร้อยแล้วและยืนยันว่าถูกต้องตรงตามที่สั่งซื้อ หากเกิดปัญหา เช่น ไม่ได้รับสินค้า, สินค้าปลอม หรือไม่ตรงปก ผู้ซื้อสามารถร้องเรียนผ่านแพลต ฟอร์มได้ โดยแพลตฟอร์มจะตรวจสอบและระงับการโอนเงินให้ผู้ขาย โดยเฉพาะการซื้อผ่าน TikTok ควรซื้อผ่านการปักตะกร้าเท่านั้น และควรหลีกเลี่ยงการตกลงซื้อขายนอกระบบหรือโอนเงินให้ผู้ขายโดยตรง เนื่องจากมีความเสี่ยงสูง ทั้งนี้แพลตฟอร์ม Facebook, Instagram (IG) และ X (Twitter) เป็นช่องทางที่มิจฉาชีพมักใช้หลอกลวงมากที่สุด เพราะไม่มีกระเป๋าเงินกลาง ไม่สามารถคุ้มครองผู้ซื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวัง ตรวจสอบร้านค้าให้รอบคอบ และหลีกเลี่ยงการซื้อขายที่ไม่มีหลักฐาน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการถูกหลอกซื้อขายสินค้าออนไลน์

กล่องสีขาว.jpg

ทั้งนี้ ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเคสรับแจ้งผ่านทางศูนย์ ACSC และสามารถประสานงานร่วมกันกับทุกภาคส่วน ประกอบกับประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เข้าตรวจสอบพร้อมช่วยเหลือเหยื่ออย่างทันท่วงที โดยเป็นการเข้าตรวจสอบทั้งหมด 14 เคส สามารถช่วยเหลือรวมทั้งระงับการโอนเงินของผู้เสียหายก่อนจะโอนเงินไปยังบัญชีของมิจฉาชีพได้ทั้งหมดจำนวน 27 ราย คิดเป็นจำนวนเงินกว่า 4,073,121 บาท และสามารถจับกุมได้ 3 คดี


สำหรับเคสการช่วยเหลือที่น่าสนใจและมีมูลค่าความเสียหายสูง ได้แก่ เคสที่ 1 เจ้าหน้าที่ warroom ศูนย์ ACSC ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.วัดพระยาไกร เข้าช่วยเหลือผู้เสียหายเป็นชายวัย 66 ปี หลังตรวจพบว่ากำลังพยายามโอนเงินไปยังบัญชีมิจฉาชีพ เป็นการโอนหน้าเคาเตอร์ ธนาคารแห่งหนึ่ง โดยเมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางถึงที่เกิดเหตุพบเพียงพนักงานธนาคาร แต่ไม่พบผู้เสียหาย สอบถามพนักงานทราบว่า ผู้เสียหายพยายามโอนเงินไปที่บัญชีปลายทางแต่ไม่สามารถทำรายการโอนเงินได้ เนื่องจากบัญชีธนาคารปลายทางถูกระงับหรือถูกอายัดไว้ จึงได้เดินทางกลับที่พัก เจ้าหน้าที่ตำรวจได้โทรติดต่อหาผู้เสียหายโดยตรง พร้อมอธิบายเหตุการณ์ให้ผู้เสียหายเข้าใจว่ากำลังถูกมิจฉาชีพหลอกลวง ให้หยุดโอนเงินและหยุดการติดต่อกับคนร้ายทันที และให้รวบรวมพยานหลักฐานเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป มูลค่าเคสนี้รวม 1,500,000 บาท


เคสที่ 2 จ้าหน้าที่ warroom ศูนย์ ACSC ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองภูเก็ต เข้าช่วยเหลือผู้เสียหายเป็นหญิงวัย 69 ปี หลังตรวจพบว่ามีการโอนเงินไปยังบัญชีม้า จากการตรวจสอบพบว่าผู้เสียหายถูกมิจฉาชีพหลอกลวงผ่านช่องทางออนไลน์ให้ซื้อที่นอน ก่อนชักชวนให้โอนเงินร่วมทำกิจกรรมเล่นเกมเพื่อรับผลตอบแทน มูลค่าความเสียหายรวม 101,760 บาท เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้อธิบายให้ผู้เสียหายเข้าใจถึงกลโกงมิจฉาชีพ พร้อมแนะนำขั้นตอนการอายัดบัญชีมิจฉาชีพ และแนวทางเข้าแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำและสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชนในพื้นที่

กล่องสีขาว.jpg

เคสที่ 3 เจ้าหน้าที่ warroom ศูนย์ ACSC ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี เข้าช่วยเหลือผู้เสียหายเป็นชายวัย 20 ปี หลังพบว่ากำลังโอนเงินไปยังบัญชีม้า โดยเมื่อเดินทางถึงบ้านพักของผู้เสียหายพบมารดาของผู้เสียหาย ซึ่งยังไม่ทราบว่าลูกชายตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ ถูกคนร้ายแอบอ้างเป็นพนักงาน โฮมโปร อ้างคืนเงินค่าสินค้าและหลอกให้โอนเงิน มูลค่าความเสียหายรวม 58,982 บาท โดยทันทีที่เจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวและแจ้งข้อเท็จจริง มารดาของผู้เสียหายตกใจเป็นอย่างมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเร่งรัดให้โทรหาลูกชายซึ่งเป็นผู้เสียหายพักอยู่ในพื้นที่ จ.กรุงเทพฯ เพื่อให้รับทราบสถานการณ์โดยด่วน ก่อนประสานให้ผู้เสียหายรวบรวมพยานหลักฐานเข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สน.ลาดกระ บัง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


เคสที่ 4 ศูนย์ ACSC โดย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทุ่งมหาเมฆ นำเงินคืนแก่ผู้เสียหายกว่า 500,000 บาท กรณีผู้เสียหายเป็นชายวัย 69 ปี ถูกคนร้ายโทรศัพท์อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่ายาง ใช้โปรไฟล์ไลน์ชื่อ “สอบสวน สภ.ท่ายาง” และวิดีโอคอลแสดงภาพชายแต่งกายคล้ายตำรวจร่วมกับหญิงอีก 1 ราย อ้างว่าผู้เสียหายพัวพันบัญชีม้า ก่อนหลอกให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบ พร้อมอ้างให้ผลตอบแทนร้อยละ 10 และกำชับให้เก็บเป็นความลับ ภายหลังผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไปหลายครั้ง รวมกว่า 6 ล้านบาท ระหว่างนั้นศูนย์ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีได้มีการประสานกับหน่วยงานธนาคารๆ ตรวจพบการโอนเงินที่ผิดปกติของบัญชีผู้เสียหายไปบัญชีรับโอนจึงอายัดเงินไว้ได้บางส่วน ก่อนแจ้งให้เจ้าหน้าที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบและช่วยเหลือผู้เสียหายอย่างเร่งด่วน จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการยื่นคำร้องขอรับเงินคืนจากบัญชีที่ถูกอายัด กระทั่งสามารถนำเงิน 500,000 บาท มอบคืนผู้เสียหายที่ กองบังคับการตำรวจนครบาล 5 ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างขยายผลเส้นทางการเงิน เพื่อติดตามผู้ร่วมขบวนการและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

กล่องสีขาว.jpg

กองถ่ายภาพยนตร์ “Love in Seasons..รักเธอทุกฤดู” เริ่มถ่ายทำในพื้นที่นาเกลือแล้ว บรรยากาศคึกคัก !!

3

eye.png

ศิลปวัฒธรรม-บันเทิง

กล่องสีขาว.jpg

นนทบุรี รณณรงค์บุก สภ.ปากเกร็ด ร้อง 157 เอาผิด 7 เสือ กกต. ปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง

การเมือง-การเมืองท้องถิ่น

กล่องสีขาว.jpg

ผู้ว่าฯ นครพนม ลงพื้นที่ติดตามการจัดการศึกษาโรงเรียนในโครงการพระราชดำริ-โรงเรียนในพระราชานูปถัมภ์

การศึกษา

สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ จัดแรลลี่การกุศลในโอกาสครบรอบ 27 ปี

18

eye.png

ไอที-ยานยนต์

4

eye.png

2

eye.png
ความคิดเห็น

แชร์ความคิดเห็นของคุณเชิญแสดงความคิดเห็น คุณคือคนแรกที่แสดงความคิดเห็นที่นี่

ข่าวอาชญากรรมทั้งหมด

ท้องฟ้าสีฟ้าคราม

นนทบุรี - เจ้าของร้านสติ๊กเกอร์ ตามหารถแจ๊สสีขาวชนรถยนต์เสียหาย ยางแตกยังขับบดหนี !!

15 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 05:49:00

5

eye.png
ท้องฟ้าสีฟ้าคราม

ไหม้วอดรับวาเลนไทน์ อู่ต่อเรือยอร์ช ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ เสียหายกว่า 40 ล้านบาท

14 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13:20:00

22

eye.png
ท้องฟ้าสีฟ้าคราม

หนุ่มใหญ่ถูกฟันแขนเจ็บสาหัส !! สงสัยฝีมือเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดนั่งรถเข็น เร่งเช็กวงจรปิดคลี่ปม

15 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 02:44:00

7

eye.png
ท้องฟ้าสีฟ้าคราม

นนทบุรี - สุดสลด !! ลุงวัย 60 ปี อยู่บ้านริมน้ำตามลำพัง ก้าวเดินพลาด พลัดตกคลองเสียชีวิต

14 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10:22:00

11

eye.png
ท้องฟ้าสีฟ้าคราม

นนทบุรี จับได้แล้ว น.ช.ชูชัย ศรจิ้น นักโทษแหกคุก อ้างหนีเพราะคิดถึงพ่อที่ป่วยโรคไต

14 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 15:06:00

4

eye.png
ท้องฟ้าสีฟ้าคราม

ตร.สอบสวนกลาง (CIB) สกัดจับอดีตทหารแหกด่านขนไอซ์กว่า 60 ก.ก. ซุกท้ายรถเก๋งบนทางหลวงพิษณุโลก

14 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09:31:00

5

eye.png
ท้องฟ้าสีฟ้าคราม

สมุทรปราการ - เจอแบบนี้ถึงกับเข้าอ่อน หมดตัว !! ไฟไหม้เผาบ้านเผารถวอด เสียหายยกครัว

14 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13:43:00

9

eye.png
ท้องฟ้าสีฟ้าคราม

นปพ.กก.สส..ภ.จว.สุราษฎร์ธานีรวบ2 ผู้ต้องหาคนไทย-ต่างด้าวค้ายา โพสต์เฟซบุ๊กขายยาเสพติดบนเกาะพะงัน

14 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09:22:00

9

eye.png
bottom of page