CIB ร่วมกับ กรมสรรพสามิต บุกทลายโกดังบุหรี่เถื่อนใจกลางเมืองโคราช ยึดของกลาง 1.5 ล้านมวน มูลค่าเกือบ 7 ล้านบาท
3 สิงหาคม 2569 เวลา 16:26:00
378
วันที่ 3 ส.ค.69 ศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปบย.ตร.) โดย กองบังคับการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) และ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ร่วมกับ กรมสรรพสามิต แถลงผลการกวาดล้างและทลายโกดังซุกซ่อนบุหรี่หนีภาษีรายใหญ่ใจกลางเมืองนครราชสีมา ตรวจยึดของกลางบุหรี่ต่างประเทศหนีภาษีกว่า 1,500,000 มวน คิดเป็นมูลค่าเกือบ 7 ล้านบาท
การแถลงข่าวจัดขึ้น ณ ห้องประชุมชัยจินดา กองบังคับการปราบปราม (อาคารประชาอารักษ์) โดยมี พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการ ศปบย.ตร. เป็นประธาน พร้อมด้วย พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปบย.ตร., พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกูล รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. และผู้แทนจากกรมสรรพสามิต นำโดย ดร.พรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต ร่วมแถลงผลการปฏิบัติงานสืบขยายผลกวาดล้างบุหรี่เถื่อนหนีภาษี
การจับกุมในครั้งนี้ สืบเนื่องจากปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาลในการระดมกวาดล้างการกระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและบุหรี่หนีภาษีอย่างเข้มงวด ระหว่างวันที่ 1–15 กรกฎาคม 2569 โดย พ.ต.อ.นฤฤทธิ์ กรุณา ผกก.2 บก.ปอศ. นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมร่วมกับกรมสรรพสามิต สืบสวนหาข่าวและเฝ้าระวังกลุ่มทุนลักลอบจำหน่ายบุหรี่หนีภาษีในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา

ต่อมา เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 11.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.วรรณลพ รัตนวงษ์ สว. กก.2 บก.ปอศ., ร.ต.อ.ภาณุวัฒน์ ฮงสูน, ร.ต.อ.ธนาธิป รุ่งสว่าง รอง สว.กก.2 บก.ปอศ. ร่วมกับสายตรวจสรรพสามิต ได้นำหมายค้นศาลจังหวัดนครราชสีมา เข้าทำการตรวจค้นบ้านพักหลังหนึ่งในพื้นที่ ถ.อัษฎางค์ ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา ซึ่งถูกใช้เป็นสถานที่เก็บและซุกซ่อนบุหรี่เถื่อนเพื่อเตรียมส่งจำหน่ายให้กับลูกค้ารายย่อย
ยึดของกลาง 1.5 ล้านมวน – สร้างความเสียหายรัฐกว่า 4 ล้านบาท
จากการตรวจค้นบ้านพักดังกล่าว เจ้าหน้าที่พบ นางนิพัทธ์พร (สงวนนามสกุล) อายุ 73 ปี แสดงตนเป็นผู้ดูแลสถานที่ ตรวจพบของกลาง บุหรี่หนีภาษีจากต่างประเทศรวมทั้งสิ้น 150ลัง หรือประมาณ 1,500,000 มวน (75,000 ซอง) คิดเป็นมูลค่าสินค้าประมาณ 6.75 ล้านบาท ซึ่งสร้างความเสียหายต่อรัฐในรูปของภาษีที่ไม่ได้รับคิดเป็นมูลค่ากว่า 4 ล้านบาท

เบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การสารภาพว่า บุหรี่ทั้งหมดเป็นของตนเอง โดยสั่งซื้อมาจากผู้ขายรายอื่นผ่านช่องทางธรรมชาติบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน จ.สุรินทร์ ก่อนจะนำมาพักไว้ที่บ้านหลังดังกล่าวเพื่อรอจัดส่งให้กับลูกค้าตาม order ผ่านระบบขนส่งเอกชน เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาในความผิดฐาน: 1. "ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่ยังไม่ได้ผ่านพิธีการศุลกากร" ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 2. "ผู้ใดมีไว้ในครอบครองโดยไม่ได้เสียภาษีหรือเสียภาษีไม่ครบถ้วน หรือผู้ใดขายหรือมีไว้เพื่อขายซึ่งสินค้าที่ไม่ได้เสียภาษีหรือเสียภาษีไม่ครบถ้วน" ตาม พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 จากนั้นได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และสืบขยายผลถึงนายทุนผู้อยู่เบื้องหลังต่อไป

สรุปภาพรวมผลการกวาดล้างทั่วประเทศ พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี ผอ.ศปบย.ตร. เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ในช่วงการระดมกวาดล้างระหว่างวันที่ 1–15 ก.ค. 2569 ที่ผ่านมา ศปบย.ตร. สามารถจับกุมการกระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและบุหรี่หนีภาษีทั่วประเทศ ได้รวมทั้งสิ้น: บุหรี่ไฟฟ้า: จับกุม 2,073 คดี ของกลาง 90,756 ชิ้น มูลค่ากว่า 22.6 ล้านบาท บุหรี่หนีภาษี: จับกุม 260 คดี ของกลาง 369,625 ชิ้น มูลค่ากว่า 24.8 ล้านบาท บุหรี่ไฟฟ้าที่มีส่วนผสมสารเอตทิโซแลม (Etizolam): จับกุม 24 คดี ของกลาง 5,455 ชิ้น มูลค่ากว่า 6.9 ล้านบาท พร้อมกันนี้ ได้กำชับและเตือนประชาชนว่า บุหรี่หนีภาษีและบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ผิดกฎหมาย ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพและความปลอดภัย ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างร้ายแรง หากพบเห็นเบาะแสการลักลอบจำหน่าย สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1599 หรือแอปพลิเคชัน Police Care ตลอด 24 ชั่วโมง.

สามวิทยาลัยนาฏศิลป “นคร ร้อย สินธุ์” จัดการแสดงมหกรรมศิลปวัฒนธรรม "ถวายอาลัยพระมิ่งแม่แห่งแผ่นดิน" โขน กิน กุ้ง
1644
ศิลปวัฒธรรม-บันเทิง

“รองโฆษก ปชป.” ชี้ ทอท. ขึ้นค่าธรรมเนียมสนามบิน 50% ทำตั๋วเครื่องบินขึ้น เผยกำไรปีละ 1.8 หมื่นล. ไม่จำเป็นเพิ่มภาระ ปชช.
การเมือง-การเมืองท้องถิ่น
สอจ.ระยอง ยกระดับครู 12 สถานศึกษา ขับเคลื่อนอาชีวะทวิภาคีคุณภาพสูง
การ ศึกษา
นครพนมเปิดเวที “ประโยชน์การใช้ AI ต่อชุมชน” ดึงนักเรียน–อสม.–ผู้นำชุมชนกว่า 500 คน เรียนรู้เทคโนโลยีใกล้ตัว









