นครพนม-เมียสุดทน! ผัวขี้ยา ขู่ “ฆ่าล้างโคตร” 15 ปีงานการไม่ทำ เมายามาป่วน ตร.ตามล็อคถึงที่
3 พฤศจิกายน 2569 เวลา 20:25:00
2145
วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 เวลาประมาณ 10.38 น. พ.ต.ท.ศักดา ต้นจันทร์ สารวัตรปราบปราม สภ.เมืองนครพนม ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่ามีเหตุชายอาละวาดบริเวณบ้านเลขที่ 14 หมู่ 9 บ้านดอนม่วง ต.บ้านผึ้ง อ.เมือง จ.นครพนม จึงประสานสอบถาม น.ส.เพ็ญพักตร์ สีหาวงค์ อายุ 36 ปี ผู้แจ้ง ทราบว่าชายที่ถูกระบุว่าก่อเหตุคือ นายกวินสิธ รัตนวิรุฬห์ หรืออุ้ย อายุ 42 ปี ซึ่งออกจากจุดเกิดเหตุไปแล้ว
ต่อมา น.ส.เพ็ญพักตร์เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน โดยให้ข้อมูลว่า นายอุ้ยเคยอยู่กินฉันสามีภรรยากับ น.ส.วิไลลักษณ์ สีหาวงค์ หรือตุ่น อายุ 42 ปี พี่สาวของตน ก่อนแยกกันอยู่ได้ประมาณ 2–3 เดือน แต่ฝ่ายชายยังคงมาหาที่บ้านอยู่เป็นระยะ
น.ส.เพ็ญพักตร์กล่าวว่า เมื่อวันที่ 31 ตุลาคมที่ผ่านมา เวลาประมาณ 07.00 น. นายอุ้ยมาที่บ้านเพื่อพบลูก ระหว่างนั้นสุนัขที่เลี้ยงไว้เห่าใส่ ตนจึงตะโกนถามว่ามาทำไม ทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจและมีท่าทีจะเข้ามาทำร้าย แต่พี่สาวเข้าฉุดรั้งไว้ ก่อนที่นายอุ้ยจะหันไปเตะสุนัขแทน

ผู้แจ้งยังระบุว่า ระหว่างวันที่ 1–3 พฤศจิกายน นายอุ้ยวนเวียนมาที่บ้าน พร้อมนำขวดแก้วมาตั้งบริเวณหน้าบ้าน แล้วใช้ท่อนเหล็กตีจนเศษแก้วแตกกระจาย อีกทั้งยังพูดข่มขู่ว่าจะฆ่าตนและคนในครอบครัว ทำให้ทุกคนหวาดกลัว เกรงว่าจะเกิดอันตราย จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความให้ตำรวจดำเนินการ
ภายหลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบ พบนายอุ้ยกำลังขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีแดง–ขาว บนถนนสาธารณะภายในหมู่บ้านดอนม่วง ลักษณะรถส่ายไปมา จึงเรียกให้หยุดตรวจสอบ พบว่าพูดจาวกวน โดยเจ้าตัวยอมรับว่าเพิ่งเสพยาบ้า ตำรวจจึงควบคุมตัวไปสอบสวนเพิ่มเติม

นายอุ้ยให้การว่า แยกกันอยู่กับภรรยามาประมาณ 2–3 เดือน แต่ยังอาลัยอาวรณ์ จึงพยายามไปขอคืนดี โดยซื้อขนมไปฝากลูก แต่มักถูกปฏิเสธ อีกทั้งพ่อตา แม่ยาย และน้องสาวของภรรยาไม่ต้องการให้ตนเข้าบ้าน พร้อมยอมรับว่าที่ผ่านมาไม่ได้ทำง าน และอาศัยรายได้จากภรรยาเลี้ยงดู
ด้าน นายจันทา สีหาวงค์ อายุ 67 ปี พ่อของฝ่ายหญิง เปิดเผยว่า ตลอดเวลากว่า 15 ปี ลูกเขยไม่ยอมทำงาน ทิ้งภาระหาเลี้ยงครอบครัวให้ลูกสาวรับผิดชอบเพียงคนเดียว พร้อมกล่าวว่าลูกเขยมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จนลูกสาวทนไม่ไหวและขอเลิกรา

นายจันทายังกล่าวว่า หลังแยกทางกัน นายอุ้ยข่มขู่ว่าจะ “ฆ่าล้างโคตร” ทำให้ครอบครัวหวาดผวา และไม่ต้องการยอมรับกลับมาเป็นลูกเขยอีก
เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อกล่าวหา “มีสารเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ในร่างกายในขณะขับขี่ยานพาหนะ” และ “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือยาบ้า) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย” โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.
