กองปราบรวบอดีตเจ้าหน้าที่ของรัฐอุปโลกน์ “โครงการทิพย์” ลวงบริษัทรับเหมา 17 แห่ง รวมมูลค่าสัญญา 358 ล้านบาท
27 เมษายน 2569 เวลา 05:24:00
75
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.เผด็จ งามละม่อม, พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา, พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผบก.ป., ว่าที่ พ.ต.อ. เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ ผกก.1 บก.ป., พ.ต.ท.สมเดช สาระบรรณ์, พ.ต.ท.พชรเดช บุญฤทธิ์, พ.ต.ท.กฤษฎา พลายละหาร, พ.ต.ท.รัฐวิรุฬห์ จันทสุบรรณ และ พ.ต.ท.ปภินวิทย์ อุดมพร รอง ผกก.1 บก.ป.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย ว่าที่ พ.ต.ต.ธีรเดช อรุณนพรัตน์ สว.กก.1 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ป. ร่วมกันจับกุม นายวสุฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ที่ จ.8/2569 ลงวันที่ 21 เมษายน 2569 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงและร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการ และใช้เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการปลอมเป็นเจ้าพนักงานของรัฐผู้ใดปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในพฤติการณ์ที่อาจทำให้ผู้อื่นเชื่อว่ามีตำแหน่งหน้าที่ทั้งที่ตนมิได้มีตำแหน่งหน้าที่นั้น เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น” สถานที่จับกุม บริเวณหน้าร้านอาหาร ถ.สุขุมวิท ต.เนินพระ อ.เมืองระยอง จ.ระยอง

ด้วยเมื่อเดือนมีนาคม 2568 โดยผู้ต้องหาได้เข้าไปตีสนิทกับบริษัทรับเหมาขนาดใหญ่ (ผู้เสียหาย) โดยอ้างว่ามีโครงการที่ผู้รับจ้างทิ้งงาน จำนวน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการระบบพลังงานทางเลือก (Solar) และ โครงการติดตั้งระบบไฟฟ้าแรงต่ำและสถานีอัดประจุไฟฟ้า (EV) รวมมูลค่ากว่า 32 ล้านบาท ขบวนการนี้ได้เสนอตัวเป็นนายหน้านำโครงการดังกล่าวมาให้บริษัทผู้เสียหายรับช่วงต่อ แต่มีข้อแม้ว่าต้องจ่าย ค่าดำเนินการ จำนวน 6 ล้านบาท ผู้ต้องหาได้นัดหมายให้ตัวแทนบริษัทเข้าไปที่สำนักงานใหญ่ ย่านบางซื่อ โดยจัดฉากให้พบกับ นายวสุฯ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ นายวสุฯ ได้อาศัยเครื่องแบบ และตำแหน่งหน้าที่ นำเอกสารสัญญาจ้างที่ปลอมขึ้นมาทั้งฉบับมาให้ผู้เสียหายลงนาม ก่อนจะนัดหมายส่งมอบสัญญาที่อ้างว่าผู้บริหารระดับสูงเซ็นอนุมัติแล้ว ในช่วงเย็นของวันเดียวกัน เมื่อผู้เสียหายเห็นลายเซ็นผู้บริหารและตราประทับ จึงหลงเชื่อสนิทใจ และยอมส่งมอบเงินสดจำนวน 6 ล้านบาท บรรจุใส่ถุงกระดาษให้กับผู้ต้องหา

เมื่อผู้เสียหายส่งมอบงานงวดแรก และเตรียมเบิกเงินกว่า 3.5 ล้านบาท นายวสุฯ ได้ส่งภาพเอกสารที่มีคิวอาร์โค้ด อ้างว่าให้สแกนเพื่อติดตามสถานะการจ่ายเงิน แต่เมื่อผู้เสียหายสแกนกลับพบว่าเป็นเพียงหน้าเว็บไซต์ Google ธรรมดา เมื่อตรวจสอบเชิงลึก จึงพบความจริงว่าโครงการดังกล่าวไม่มีอยู่จริง สัญญาถูกทำปลอมขึ้นมาทั้งหมด ผู้บริหารไม่เคยรับทราบ และพยานในสัญญาคือบุคคลที่ถูกอุปโลกน์ขึ้นมาทั้งสิ้น
ภายหลังการจับกุมพบข้อเท็จจริงที่น่าตกใจยิ่งกว่าว่าขบวนการนี้ไม่ได้ก่อเหตุเพียงครั้งเดียวแต่ มีการนำชื่อ และตราสัญ ลักษณ์ของหน่วยงานไปทำสัญญาปลอม หลอกลวงบริษัท และห้างหุ้นส่วนจำกัดมาแล้วถึง 17 นิติบุคคล รวมมูลค่าสัญญาที่ถูกอุปโลกน์ขึ้นมาสูงถึง 358,936,315 บาท นายวสุฯ ได้ไหวตัวทันและวางแผนหลบหนีไปยังพื้นที่ต่างจังหวัด

เจ้าหน้าที่ กก.1 บก.ป. จึงได้ทำการสืบสวนติดตามตัวจนทราบว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีไปอาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดระยอง ชุดปฏิบัติการได้สะกดรอยตามรถยนต์เป้าหมายและบุกเข้าจับกุมตัว นายวสุฯ ได้แบบไม่ทันตั้งตัว สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ผู้ต้องหาใช้สิทธิให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เตือนภัย ประชาชนและผู้ประกอบการธุรกิจรับเหมาก่อสร้างให้ตรวจสอบข้อมูลโครงการของรัฐกับหน่วยงานต้นสังกัดโดยตรงทุกครั้งก่อนการลงทุนหรือจ่ายเงินค่าดำเนินการใดๆ เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพที่มักแฝงตัวมาในคราบของผู้มีอำนาจ.

มทร.รัตนโกสินทร์ จัดประกวดศิลปะปูนปั้นแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 22 สืบสานมรดกศิล ป์ไทย
90
ศิลปวัฒธรรม-บันเทิง

“ปกรณ์”ซัด รัฐยังแก้ปัญหาหมอกควันภาคเหนือวนลูปเดิม ชี้ !! ชาวบ้านไม่ใช่ต้นเหตุ วอนนายกฯ ฟังเสียงคนพื้นที่ เร่งหาทางออก
การเมือง-การเมืองท้องถิ่น
ม.แม่โจ้ ผนึกกำลัง ธ.ก.ส. ร่วมมือทางวิชาการ การจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิต
การศึกษา
คาราวานรถหรู – ซูเปอร์คาร์บุกตลาดน้ำดำเนินสะดวก กระตุ้นท่องเที่ยว มอบเงิน 8 หมื่นช่วยโรงพยาบาลเพื่อพัฒนากิจการ

