อุตสาหกรรมระยอง บุกเชือดโรงงานยางคอมปาว! พบเปิดผลิตเถื่อน ไร้ใบอนุญาต อายัด 13 เครื่องจักร
6 พฤศจิกายน 2569 เวลา 10:00:00
2798
วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกิติพงศ์ อภิชาติพงศ์กุล อุตสาหกรรมจั งหวัดระยอง เดินหน้าบังคับใช้กฎหมายเข้ม หลังเจ้าหน้าที่ตรวจพบสถานประกอบการผลิตยางคอมปาวแห่งหนึ่งในพื้นที่หมู่ 3 ต.มาบข่า อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง ประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับใบอนุญาตตามกฎหมาย สั่งอายัดวัสดุ สิ่งของ และเครื่องจักรที่เกี่ยวข้อง พร้อมผูกมัดประทับตราห้ามใช้งาน เปิดบัญชีเครื่องจักร 13 รายการ ทั้งชุดเครื่องร่อนแยก รถตัก และรถโฟล์คลิฟท์

กรณีดังกล่าวเป็นการตรวจสอบบริษัท เทคโนโลยีธุรกิจพลังงานทดแทน (2009) จำกัด หลังพบการประกอบกิจการผลิตยางคอมปาวโดยไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงดำเนินมาตรการตามอำนาจหน้าที่ โดยมีประกาศพนักงานเจ้าหน้าที่ลงวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 อาศัยอำนาจตามมาตรา 35 (3) แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม สั่งอายัดวัสดุ สิ่งของ เครื่องจักร และสิ่งอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานในการตรวจสอบและดำเนินคดี

นอกจากนี้ ยังมีเอกสารบัญชีรายการเครื่องจักรที่ถูกผูกมัดประทับตราเพื่อมิให้เครื่องจักรทำงาน แนบท้ายหนังสือสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง ลงวันที่ 19 ตุลาคม 2569 ระบุเครื่องจักรรวม 13 เครื่องและคัน แบ่งเป็น 6 รายการ ได้แก่ ปั๊มลมขนาด 11 กิโลวัตต์ 1 เครื่อง เครื่องร่อนแยกชนิดมอเตอร์ขนาด 1.5 กิโลวัตต์ 1 เครื่อง ชุดเครื่องร่อนแยกขนาด 55 กิโลวัตต์ 5 เครื่อง รถตักขนาด 92 กิโลวัตต์ 1 คัน รถโฟล์คลิฟท์ขนาด 48 กิโลวัตต์ 4 คัน และรถโฟล์คลิฟท์ขนาด 36.8 กิโลวัตต์อีก 1 คัน
เท่ากับว่าเครื่องจักรและยานพาหนะที่ปรากฏในบัญชีถูกควบคุมการใช้งานทั้งหมดตามมาตรการของเจ้าหน้าที่ ไม่สามารถนำมาเดินเครื่องหรือใช้ประกอบกิจการได้ตามปกติ จนกว่าจะเป็นไปตามขั้นตอนและเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบเอกสารพบว่า บัญชีเครื่องจักรลงวันที่ 19 ตุลาคม 2569 กับประกาศอายัดลงวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 เป็นเอกสารคนละฉบับ จึงยังต้องตรวจสอบให้ชัดเจนว่าเครื่องจักรทั้ง 13 รายการอยู่ภายใต้มาตรการอายัดครั้งล่าสุดทั้งหมดหรื อไม่ รวมถึงรายละเอียดการดำเนินการตามกฎหมายในแต่ละขั้นตอน
งานนี้ต้องจับตาว่าโรงงานดังกล่าวจะชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างไร และเจ้าหน้าที่จะขยายผลตรวจสอบการประกอบกิจการในส่วนอื่นเพิ่มเติมหรือไม่ โดยผู้เกี่ยวข้องยังต้องได้รับการพิสูจน์ข้อเท็จจริงตามกระบวนการกฎหมาย.
