ตร.ทางหลวงรวบรถหรูสวมทะเบียน พบมาจากขบวนการหลอกดาวน์ ใช้นิติบุคคลตุ๋น 6 คัน ส่งขายตลาดมืด
22 มกราคม 2569 เวลา 06:12:00
6
วันที่ 22 ม.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท. ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล., พ.ต.อ.อินทรัตน์ ปัญญา ผกก.7 บก.ทล., พ.ต.ท.จักรวฬามิ์ อยู่เย็นศิริ รอง ผกก.7 บก.ทล., พ.ต.ท.เกรียงศักดิ์ ยอดวิชา รอง ผกก.7 บก.ทล. เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.1 กก.7 (ภูเก็ต) นำโดย พ.ต.ท.พงษ์ศักดิ์ มีมุสิก สวญ.ส.ทล.1 กก.7 บก.ทล. พร้อมพวกเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ส.ทล.1 กก.7 บก.ทล.ตรวจยึดของกลาง 1. รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่น แคมรี่ สีขาว จำนวน 1 คัน 2. แผ่นป้ายทะเบียน ของรถยนต์คันอื่น (นำป้ายทะเบียนของรถอีกคันมาติด) จำนวน 2 แผ่น
ขณะตรวจยึดมี นายณพสรรค์ฯ อายุ 22 ปี เป็นผู้ขับขี่ เบื้องต้นถูกดำเนินคดีในข้อหา “ใช้แผ่นป้ายทะเบียนที่นายทะเบียนออกให้รถคันอื่น” (โทษเปรียบเทียบปรับ ตาม พ.ร.บ.ปรับเป็นพินัยฯ) และอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนขยายผลเพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องในชบวนการ สถานที่ตรวจยึด บริเวณบนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 กม.836-837 ต.นาเตย อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 11.00 น.

โดยเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 11.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงได้ตั้งจุดตรวจอยู่บริเวณที่เกิดเหตุ ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่พบรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อโตโยต้า แคมรี่ สีขาว สภาพค่อนข้างใหม่ ขับผ่านจุดตรวจ โดยเจ้าหน้าที่สังเกตเห็นว่ารถยนต์คันดังกล่าวไม่แสดงเครื่องหมายการเสียภาษีประจำปี จึงได้สั่งให้หยุดรถเพื่อทำการตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่
จากการตรวจสอบพบว่า แผ่นป้ายทะเบียนที่ติดแสดงอยู่กับรถยนต์คันดังกล่าวมีข้อมูลไม่ตรงกับรถยนต์คันดังกล่าว โดยเป็นแผ่นป้ายทะเบียนที่นายทะเบียนได้ออกให้แก่รถยนต์คันอื่น และมีสถานะแจ้งยกเลิกการใช้รถแล้ว นอกจากนี้ผู้ขับขี่ไม่สามารถแสดงหลักฐานการเป็นเจ้าของรถยนต์ได้ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจสอบข้อมูลจากหมายเลขตัวถังของรถยนต์ พบว่ารถยนต์คันดังกล่าวมีบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งเป็นผู้ครอบครอง และมีบริษัทไฟแนนซ์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดตรวจยึดไม่สามารถติดต่อบริษัทผู้ครอบครองรถยนต์ได้ จึงได้ติดต่อสอบถามไปยังบริษัทไฟแนนซ์ผู้ถือกรรมสิทธิ์ ทำให้ทราบว่า รถยนต์คันดังกล่าวเป็นรถยนต์จำนวน 1 ใน 6 คัน ที่ถูกกลุ่มมิจฉาชีพติดต่อมาเช่าซื้อกับบริษัทไฟแนนซ์ โดยกลุ่มมิจฉาชีพดังกล่าวใช้นิติบุคคลเป็นผู้ทำสัญญาเช่าซื้อ ทำให้สามารถเช่าซื้อรถยนต์ได้พร้อมกันถึง 6 คัน
ภายหลังจากกลุ่มมิจฉาชีพได้รับรถยนต์ไปแล้ว ปรากฏว่าไม่มีการผ่อนชำระค่างวดแต่อย่างใด ต่อมาบริษัทไฟแนนซ์ซึ่งเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ได้ยื่นฟ้องต่อศาล จนกระทั่งศาลมีคำพิพากษาและออกหมายบังคับคดีให้ยึดรถยนต์ทั้ง 6 คันคืน บริษัทไฟแนนซ์จึงได้พยายามติดตามรถยนต์ดังกล่าวมาโดยตลอด จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงได้ตรวจพบและทำการตรวจยึดรถยนต์คันดังกล่าวไว้ได้
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ นายณพสรรค์ ฯ ว่า “ใช้แผ่นป้ายทะเบียนที่นายทะเบียนออกให้รถคันอื่น” ซึ่งมีอัตราโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 11 ประกอบมาตรา 60 และได้ออกใบสั่งคำสั่งปรับเป็นพินัย โดยผู้ขับขี่ได้ให้การรับสารภาพและชำระค่าปรับตามคำสั่งปรับเป็นพินัยเรียบร้อยแล้ว

จากการสอบถามคำให้การของผู้ต้องหาเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การว่า รถยนต์คันดังกล่าวตนได้ซื้อมาจาก ชื่อ นายนนท์ (นามสมมติ) ในราคา 150,000 บาท โดยรู้จักกันผ่านทางโซเชียลมิเดียและได้มีการส่งมอบรถกันที่ลานจอดรถห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในพื้นที่ กทม.
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการตรวจสอบเพิ่มเติมว่าผู้ต้องหามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดในประเด็นอื่นใดเพิ่มเติมหรือไม่ และจะได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนเกี่ยวกับกลุ่มมิจฉาชีพที่ใช้นิติบุคคลในการเช่าซื้อรถยนต์ดังกล่าว เนื่อง จากพบพฤติการณ์ต้องสงสัย ที่มีการเช่าซื้อรถยนต์รวมกันถึง 6 คัน แต่ไม่มีการผ่อนชำระค่างวดแต่อย่างใด.

สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย-นครปฐม จัดประกวดและมอบมงกุฎนา งสาวไทย 2569
5
ศิลปวัฒธรรม-บันเทิง

พ่อเมืองสมุทรสงคราม นำรณรงค์ปลุกพลังประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.และประชามติ 8 ก.พ.นี้
การเมือง-การเมืองท้องถิ่น
ผู้ว่าฯ นครพนม ตรวจเยี่ยมการจัดการศึกษาโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน อำเภอนาทม
การศึกษา
สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ จัดแรลลี่การกุศลในโอกาสครบรอบ 27 ปี







