นนทบุรี จับได้แล้ว น.ช.ชูชัย ศรจิ้น นักโทษแหกคุก อ้างหนีเพราะคิดถึงพ่อที่ป่วยโรคไต
14 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 22:06:00
5
วันนี้ 14 ก.พ.69 เวลา 16.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.ประเดิม จิตวัฒนาภิรมย์ ผู้กำกับการ สถานีตำรวจภูธรบางแม่นาง พร้อมด้วย พ.ต.ท.ณัฐยุทธ์ แก้วปาน รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สภ.บางแม่นาง ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจจำนวน 2 นาย ซึ่งกำลังออกตรวจพื้นที่ตามปกติ สามารถจับกุมตัว น.ช.ชูชัย ศรจิ้น อายุ 40 ปี นักโทษชายที่หลบหนีออกจากเรือนจำจังหวัดนนทบุรี ได้เป็นที่เรียบร้อย หลังหลบหนีออกจากเรือนจำเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา คืนวันที่ 13 ก.พ.69 เวลาประมาณ 02.21 น. คิดเป็นเวลา ประมาณ 1 วัน 14 ชั่วโมง
การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นจากไหวพริบของเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ ขณะออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบ พบตัว น.ช.ชูชัย ศรจิ้น อยู่ภายใน ศาลาบริเวณหมู่บ้านพฤกษา 41 อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี ในสภาพกำลังนอนพัก จึงแสดงตัวเข้าควบคุมตัวไว้ได้โดยไม่มีการต่อสู้หรือขัดขืนแต่อย่างใด ก่อนนำตัวมาควบคุมไว้ที่สถานีตำรวจภูธรบางแม่นาง และประสานเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ให้เดินทางมารับตัวกลับไปดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย
เบื้องต้น ระหว่างการสอบถาม น.ช.ชูชัย ศรจิ้น ให้การอ้างว่า สาเหตุที่ตัดสินใจหลบหนีออกจากเรือนจำ เนื่องจากเกิดความคิดถึงบิดา ซึ่งอ้างว่ากำลังป่วยเป็นโรคไต และพักอาศัยอยู่ภายในซอยหลังวัดในพื้นที่ใกล้เคียง จึงตัดสินใจหลบหนีออกมาเพื่อไปดูอาการของบิดา
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า บิดาของนักโทษชายรายดังกล่าวพักอาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี และอยู่ระหว่างป่วยเป็นโรคไตจริง ซึ่งไม่ตรงกับคำกล่าวอ้างของ น.ช.ชูชัย ที่ระบุว่าบิดาพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงเรือนจำแต่อย่างใด
ขณะนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบสวนเพิ่มเติมเกี่ยวกับเส้นทางการหลบหนี รวมถึงตรวจสอบว่ามีบุคคลใดให้การช่วยเหลือหรือเกี่ยวข้องกับการหลบหนีในครั้งนี้หรือไม่ ก่อนส่งมอบตัวผู้ต้องขังให้เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์นำกลับไปควบคุมตัวตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป

สำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจที่ร่วมปฏิบัติหน้าที่ในการจับกุมครั้งนี้ ประกอบด้วย 1.ร.ต.ท.ประมวล กุลมุล รอง สวป.สภ.บางแม่นาง 2.ส.ต.ต.วัชรินทร์ ศรีใสย ผบ.หมู่ คฝ. 3.ส.ต.ต.สุจินต์ มนุษย์พัฒนา ผบ.หมู่ คฝ.
การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจากกรณี น.ช.ชูชัย ศรจิ้น หลบหนีออกจากเรือนจำจังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 02.21 น. ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะระดมกำลังติดตามตัวอย่างต่อเนื่อง กระทั่งสามารถจับกุมตัวได้ในวันนี้ หลังหลบหนีเป็นเวลากว่า 1 วัน
ต่อมาในช่วงเวลาประมาณ 16.00 น. ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจออกตรวจพื้นที่ตามปกติ ได้รับแจ้งเบาะแสจากพลเมืองดีและข้อมูลจากเรือนจำจังหวัดนนทบุรีว่า พบชายลักษณะคล้ายผู้ต้องขังที่หลบหนี จึงเดินทางไปตรวจสอบและพบ น.ช.ชูชัย ศรจิ้น นอนพักอยู่ภายใน ศาลาบริเวณหมู่บ้านพฤกษา 41 อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี
ร.ต.ท.ประมวล กุลมุล เปิดเผยว่า ขณะนั้นตนอยู่ระหว่างเปลี่ยนเวรและออกตรวจพื้นที่ ได้รับแจ้งว่ามีนักโทษหลบหนีออกจากเรือนจำจังหวัดนนทบุรี และมีพลเมืองดีโทรศัพท์แจ้งเบาะแสเข้ามาพอดี เมื่อเดินทางไปตรวจสอบพบชายต้องสงสัยนอนอยู่บริเวณศาลาหน้าหมู่บ้านพฤกษา 41 จึงเข้าไปตรวจสอบทันที
เบื้องต้น ชายดังกล่าวไม่ขัดขืน แต่พยายามอ้างว่ามาเก็บขยะ และถามว่าจะจับกุมในข้อหาใด อีกทั้งไม่ยอมรับว่าเป็นนักโทษที่หลบหนี พร้อมให้ข้อมูลชื่อไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เจ้าหน้าที่จึงนำภาพข่าวนักโทษหลบหนีมาแสดงให้ดู ก่อนใช้เทคนิคของตำรวจเข้าควบคุมตัว โดยขอตรวจสอบรอยสัก พบว่าตรงกับข้อมูลผู้ต้องขังที่หลบหนี จึงควบคุมตัวมายัง สภ.บางแม่นาง และประสานเจ้าหน้าที่เรือนจำให้มารับตัว

ต่อมาเวลา 19.00 น. เจ้าหน้าที่ กรมราชทัณฑ์ ได้นำรถมารับตัว น.ช.ชูชัย ศรจิ้น ส่งตัวไปควบคุมยัง เรือนจำกลางเขาบิน จังหวัดราชบุรี หลังถูกจับกุมได้ก่อนหน้านี้ โดยระหว่างการควบคุมตัว ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงวิธีการหลบหนีออกจากเรือนจำ ทั้งในประเด็นการปีนป่ายกำแพงและการโรยตัวออกมา อย่างไรก็ตาม น.ช.ชูชัย ปฏิเสธไม่ให้สัมภาษณ์และปิดปากเงียบตลอดเวลา ก่อนจะเดินขึ้นรถไปพร้อมกับเจ้าหน้าที่โดยไม่ตอบคำถามใด ๆ ต่อสื่อมวลชน
ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้รับภาพจากกล้องวงจรปิดของร้านอาหารตามสั่งแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับหมู่บ้านพฤกษา 41 โดยอยู่ห่างจากจุดที่นักโทษชายนอนพักประมาณ 500 เมตร ภาพจากกล้องสามารถบันทึกเหตุการณ์เมื่อเวลาประมาณ 14.43 น. พบว่า น.ช.ชูชัย ศรจิ้น สวมเสื้อสีแดง กางเกงขายาว เดินออกมาจากร้านอาหารดังกล่าวอย่างชัดเจน

จากการสอบถาม เจ้าของร้านอาหารตามสั่ง ให้ข้อมูลกับทีมข่าวว่า ก่อนหน้านี้ น.ช.ชูชัย ได้นำพระเครื่ององค์เล็กจำนวน 1 องค์ มาแลกเพื่อขอข้าวกิน แต่สังเกตได้ว่ามีท่าทีพิรุธ พูดจาไม่ค่อยรู้เรื่อง จึงรับพระเครื่องไว้ จากนั้น น.ช.ชูชัย ได้เดินออกจากร้านไป ก่อนจะไปพูดคุยกับชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง
ต่อมา เจ้าของร้านและชาวบ้านใกล้เคียงเริ่มเอะใจ เนื่องจากจำลักษณะรูปพรรณสัณฐานได้จากข่าวนักโทษแหกคุกที่เผยแพร่อยู่ในขณะนั้น จึงได้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนนำไปสู่การติดตามและจับกุมตัวได้ในเวลาต่อมา
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหากับ น.ช.ชูชัย ศรจิ้น ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 190 ฐานหลบหนีไประหว่างถูกคุมขังตามอำนาจของศาล มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
