“พล.ต.อ.ธัชชัย” รอง ผบ.ตร.สั่งตรวจเรือขนน้ำมันต้องสงสัยกลางอ่าวไทย ปมเดินเรือล่าช้าผิดปกติ
21 เมษายน 2569 เวลา 21:55:00
91
วันนี้ (21 เมษายน 2569) เวลา 15.00 น. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงผลการปฏิบัติ กรณีเมื่อเวลา 04.00 น. ของวันเดียวกัน ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำเข้าตรวจสอบเรือบรรทุกน้ำมันต้องสงสัย จำนวน 2 ลำ บริเวณกลางทะเลอ่าวไทย
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าเรือทั้งสองลำเป็นเรือขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงจากโรงกลั่นในจังหวัดระยอง มุ่งหน้าไปยังคลังน้ำมันในพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดสุราษฎร์ธานี อย่างไรก็ตาม ตรวจพบพฤติการณ์การเดินเรือล่าช้ากว่ากำหนดการขนส่งตามปกติ ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์ข้อเท็จจริงถึงสาเหตุของความล่าช้าดังกล่าว

ข้อมูลการเดินเรือในช่วงวันที่ 24–26 มีนาคม 2569 พบความคลาดเคลื่อนของระยะเวลาในการขนส่ง เจ้าหน้าที่จึงเร่งรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ทั้งเอกสารการขนส่ง ข้อมูลจากระบบติดตามเรือ (Tracking) และพยานแวดล้อม เพื่อประกอบการพิจารณาว่าการดำเนินการเป็นไปตามเงื่อนไขปกติ หรือมีพฤติการณ์ที่อาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย โดยอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าเข้าข่ายความผิดฐาน “ประวิงการจำหน่ายสินค้าควบคุม โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร” หรือไม่ ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ จะพิจารณาจากข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเป็นสำคัญ

พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ซึ่งได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับ พล.ต.ท.รุธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม บูรณาการการทำงานร่วมกันในการสืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อค้นหาผู้ที่เกี่ยวข้องกับพฤติการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบการกระจายเชื้อเพลิงในช่วงเวลาดังกล่าว รวมถึงสืบสวนหาผู้ที่อยู่เบื้องหลังการกักตุนน้ำมันในช่วงสถานการณ์วิกฤต ซึ่งส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำมันในสถานีบริการทั่วประเทศ โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 21–25 มีนาคม 2569 ภายหลังเกิดสถานการณ์ปิดช่องแคบฮอร์มุส

การเข้าตรวจสอบเรือทั้งสองลำในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการตรวจสอบเส้นทางการขนส่งน้ำมันอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิด อาทิ การประวิงเวลาการเดินเรือเพื่อเก็งกำไร หรือการลักลอบส่งออกน้ำมันไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ควบคู่กับการตรวจสอบโรงกลั่นและคลังน้ำมันทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยหากพบการกระทำความผิด จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป

นครพนม-สุดว้าว ททท. ดัน “แห่เทียน–ไหลเรือไฟ–แห่ดาว” สู่ Must-Experience in Thailand
2231
ศิลปวัฒธรรม-บันเทิง

'เท้ง' ผู้นำฝ่ายค้าน ยื่นอภิปรายซักฟอก ถล่ม 18 รัฐมนตรี 'อนุทิน' นำทีม ชูธงปราบ 'ระบอบสีน้ำเงิน' กินรวบประเทศ
การเมือง-การเมืองท้องถิ่น
ม.ราชภัฏสุราษฎร์ฯ เปิดเส้นทางสู่ “วิชาชีพพยาบาล” รับผู้จบ ป.ตรีต่างสาขา สอบคัดเลือกกว่า 200 คน มุ่งสร้างบุคลากรทางการแพทย์
