ถนนพระราม 2 สยองไม่เลิก !! รมว.คมนาคมเผยนายกรัฐมนตรี เตรียมตั้งคณะกรรมสอบสวนสาเหตุถล่มซ้ำซาก !!
15 มกราคม 2569 เวลา 18:00:00
2
สยองไม่แผ่ว พระราม 2 อีกแล้ว !! เครนถล่มทับรถตู้ทึบขนของ 2 คัน ดับ 2 ราย รมว.คมนาคมเผยนายกรัฐมนตรี เตรียมตั้งคณะกรรมสอบสวนสาเหตุถล่มซ้ำซาก !!
เมื่อเวลาประมาณ 09.15 น. ศูนย์วิทยุสถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรสาคร ได้รับแจ้งมีเหตุเครนของทางยกระดับถนนพระราม 2 ช่วง กม.ที่ 30 +300 ถึง กม.ที่ 30+400 เกิดถล่มลงมาบนช่องทางหลักฝั่งขาออกกรุงเทพฯ ก่อนขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน จนเป็นเหตุให้มีรถของประชาชนที่สัญจรอยู่บนถนนถูกเครนทับ 2 คัน มีผู้เสียชีวิต 2 คน ติดอยู่ในซากรถ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 คน ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลมหาชัย 1 กับ โรงพยาบาลเจษฎาเวชการสมุทรสาคร
ต่อมาพล.ต.ต.ธีระดช อธิภัคกุล พร้อมด้วย พ.ต.อ.สิทธิพร กะสิ ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร ร.ต.ท.ศตพล อธิภัคกุล ร้อยเวรฯสภ.เมืองสมุทรสาคร มูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร ได้รุดไปยังที่เกิดเหตุ
สภาพที่เกิดเหตุพบตัวคานเหล็ก (LG)หักโค่นมาพร้อมกับแท่งปูนซิกเม้นท์ ที่ใช้เป็นคานสำหรับการสร้างพื้นถนน โดยรถยนต์กระบะที่ถูกทับนั้น คันที่เห็นด้วยตาเปล่าคือรถยนต์กระบะตู้ทึบส่งของ ทะเบียน 2ฒว 3739 กรุงเทพมหานคร จากการตรวจสอบของระบบขนส่งมวลชน รถคันดังกล่าวมีนายสมพงษ์ ศรีสุข ชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นคนขับ ซึ่งบริเวณหน้ารถถูกทับจึงยังไม่สามารถนำผู้เสียชีวิตออกมาได้ ส่วนอีกคันถูกท่อนปูนทับไว้ทั้งหมดจึงยังไม่ทราบทะเบียนรถคันดังกล่าว แต่เป็นรถตู้ทึบขนส่งของเช่นเดียวกัน
ต่อมา นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วย นายดํารงค์ศักดิ์ ยอดทองดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ร้อยตำรวจเอก เขตรัฐ ชาญศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร นายบรรพต จันทรวงษ์ ปลัดจังหวัดสมุทรสาคร ร.ต.ประพันธ์ ถึกสกุล นอภ.เมืองสมุทรสาคร อธิบดีกรมทางหลวง ป้องกันภัยจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายได้ลงพื้นที่เกิดเหตุ ซึ่งเบื้องต้นได้มีการหารือการปฏิบัติงานเร่งด่วน คือ การนำร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คนออกจากที่เกิดเหตุให้ได้เร็วที่สุด โดยมีการประสานนำรถเครนขนาด 550 ตัน มาบริเวณที่เกิดเหตุเพื่อดำเนินการยกแท่งปูนซิกเม้นท์ และท่อนเหล็กออกก่อน แต่จะเป็นวิธียกทีเดียวพร้อมกันทั้งหมด หรือต้องมีการตัดชิ้นส่วนออกนั้น ทางวิศวกรผู้เชี่ยวชาญกำลังอยู่ระหว่างการประเมินความเสี่ยง โดยหลังจากที่ดำเนินการนำสิ่งกีดขวางขนาดใหญ่ออกได้แล้ว ก็จะให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร เข้าไปกู้ร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 2 รายออกมา

นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า ณ ขณะนี้สิ่งที่ต้องรีบดำเนินการเร่งด่วนสุดคือการนำร่างผู้เสียชีวิตออกมา ส่วนสาเหตุนั้นยังไม่สามารถระบุได้ต้องรอการตรวจสอบจากทางผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งตอนที่เกิดเหตุเป็นช่วงที่ไม่มีการทำงานก่อสร้างทางยกระดับแต่อย่างใดทั้งสิ้น เพราะการก่อสร้างนั้นจะดำเนินการในช่วงกลางคืนคือเวลาประมาณ 19.00 – 04.00 น. เท่านั้น และช่วงที่ดำเนินการก็จะปิดช่องทางหลักตลอดสาย ไม่ให้มีรถผ่านแต่อย่างใด พอช่วงเช้าเมื่อหยุดทำงานก่อสร้างแล้ว จึงจะเปิดเส้นทางให้รถวิ่งได้ในช่องทางปกติ ดังนั้นเหตุที่เกิดเบื้องต้นเป็นผลมาจากการทำงานเมื่อคืนที่ผ่านมา ไม่ใช่เหตุจากการทำงานเฉพาะหน้า แต่จะมาจากสาเหตุใดต้องขอให้ทางเจ้าหน้าที่ฯ ได้ทำ งานด้านการตรวจสอบอย่างละเอียดก่อน
สำหรับการก่อสร้างทางยกระดับ (M82) บริเวณที่เกิดเหตุนั้น เป็นช่วงตอน7 มีบริษัทอิตาเลียนไทย เป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง ส่วนตัวเครนที่ถล่มลงมาเป็นของบริษัทบางแสนมหานคร
ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 11.00 น.นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และคณะ ได้ลงพื้นที่เกิดเหตุ โดยได้เข้าไปดูถึงจุดที่อยู่ใกล้กับเครนถล่มลงมา พร้อมกับรับฟังการประเมินความเสี่ยงและแนวทางการนำร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 2 รายออกมาให้ได้โดยเร็วที่สุด ซึ่งรายแรกที่ได้มีการวางแผนการทำงานเพื่อที่จะนำร่างผู้เสียชีวิตออกมา คือ ผู้ที่ติดอยู่ในรถกระบะตู้ทึบทะเบียน 2ฒว 3739 กรุงเทพมหานคร เพราะถูกบางส่วนของก้อนปูนทับที่บริเวณส่วนหัวรถเท่านั้น หากการเคลื่อนย้ายเครนทั้งเหล็กและปูนออกบริเวณส่วนนั้นออกไปได้ ก็จะนำร่างของผู้เสียชีวิตออกมาได้ ส่วนผู้เสียชีวิตอีกคนถูกทับอยู่ใต้แท่งปูนขนาดใหญ่จนรถแบนราบไปกับพื้นถนน ก็จะต้องรอให้ทีมวิศวรผู้เชี่ยวชาญดำเนินการวางแผนเคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวางอย่างชัดเจนจึงจะสามารถนำร่างผู้เสียชีวิตและซากรถออกมาจากจุดเกิดเหตุ

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาทบทวนและดูแลในส่วนของการรับเหมา โดยไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเหตุซ้ำขึ้นอีก เมื่อเกิดเหตุซ้ำทางด้านของนายกรัฐมนตรีได้เข้านั่งเป็นประธานในที่ประชุม เพื่อการออกมาตรการต่างๆ ที่เข้มข้นและเข้มงวดมากยิ่งขึ้น แต่ในขณะนี้มีการคำสั่งให้กรมทางหลวงหยุดการก่อสร้างในทุกๆ โครงการ และขอตรวจสอบย้อนหลังในโครงการแต่ละโครงการว่า ในความผิดพลาด 2 ครั้ง ในช่วงระยะเวลา 2 วันนี้ เกิดจากอะไร แต่จุดนี้ก็ไม่น่าจะเกิดจากคนเพราะเป็นช่วงที่หยุดการก่อสร้างแล้ว ซึ่งก่อนที่หยุดการทำงานตามเวลานั้น ก็จะต้องมีการตรวจสอบแล้วว่า สิ่งที่ประกอบเข้าไปมีความแข็งแรง แต่ก็มาเกิดเหตุจนได้
ดังนั้นจึงต้องหารายละเอียดของสาเหตุที่เกิดขึ้นออกมาให้ได้ ถึงจะอนุญาตให้ดำเนินการก่อสร้างต่อไป ส่วนเรื่องของการตรวจพิสูจน์เพื่อดำเนินการทางคดีนั้น ตอนนี้คงจะต้องทำการตรวจหาข้อเท็จจริงให้ละเอียดทั้งหมดก่อน เช่น ใครเป็นผู้ควบคุมงาน และหลังจากที่เสร็จงานเมื่อคืนนี้แล้ว มีการทดสอบความแข็งแกร่ง ปลอดภัย และความถูกต้องหรือไม่ แล้วอะไรที่น่าจะเป็นสาเหตุทำให้เกิดเครนถล่มลงมาได้ เป็นต้น ซึ่งข้อมูลทั้งหมดนั้นทางอิตาเลียนไทย ในฐานะบริษัทผู้รับเหมาช่วงตอน 7 จะต้องไปหาข้อมูลเพื่อนำมาชี้แจงต่อคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งกระทรวงคมนาคมจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบอีกชั้นหนึ่ง โดยจะไม่รับฟังบริษัทฯ ผู้รับเหมาเด็ดขาด เราต้องหาผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญกลางมาทำการประเมินและวิเคราะห์จนนำไปสู่การชี้ชัดข้อเท็จจริงว่า ข้อมูลที่ทางกระทรวงตรวจพิสูจน์ได้นั้น ตรงกับข้อมูลที่ทางบริษัทฯ ประเมินมาหรือไม่ ซึ่งเชื่อมั่นได้ว่าขบวนการสืบย้อนหลังของ ISO ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพแน่นอน และเมื่อตรวจทราบข้อเท็จจริงแล้วก็จะนำไปสู่การดำเนินคดีทางระเบียบและกฎหมายต่อไป

สำหรับการขึ้นแบล็คลิสบริษัทฯ ผู้รับเหมานั้น ยังเชื่อมั่นได้ว่าเป็นมาตรการที่สำคัญมาก ในแต่ละบริษัทฯ กว่าจะไต่ชั้นขึ้นมาเป็นชั้นพิเศษได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ฉะนั้นบริษัทฯที่กว่าจะก้าวขึ้นมาอยู่ได้ในระดับบนนั้น จะต้องรักษาชั้นของตนเองไว้ เพราะนั่นหมายถึงความมั่นคงทางธุรกิจของแต่ละบริษัทฯ ส่วนเรื่องของการใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์หรือราวๆ 15 วัน ก็จะคืนผิวจราจร แต่ก่อนที่จะคืนผิวจราจรได้นั้น ผมคิดว่านี่เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เกิดเหตุการณ์ที่รุนแรงขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อเวลาประมาณ 14.30 น.ของวันนี้ ทางทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม พร้อมกำลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยมูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร ประสานกับ มูลนิธิร่วมกตัญญู และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พร้อมอุปกรณ์ตัดถ่าง ก็เดินหน้าในการกู้ร่างผู้เสียชีวิตออกมาจากจุดเกิดเหตุ โดยดำเนินการตามแผนที่วางไว้คือ นำร่างของผู้เสียชีวิตในรถกระบะตู้ทึบทะเบียน 2ฒว 3739 กรุงเทพมหานคร ออกมาก่อน ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงก็นำร่างคนขับรถออกมาได้ ก่อนนำส่งแพทย์สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลสมุทรสาคร ทำการชันสูตรต่อไป.
ณัฐวุฒิ เอกจิโรภาส / สมุทรสาคร
