วิกฤตอ่าวไทย !! "ปลาหมอคางดำ" มันร้าย ลามบุกทะเล เสี่ยงสูญเสียความมั่นคงทางอาหาร
16 พฤษภาคม 2569 เวลา 13:29:00
2
ความมั่นคงทางอาหารของประเทศไทย กำลังเผชิญความเสี่ยงครั้งใหญ่ หากยังปล่อยให้ “ปลาหมอคางดำ” แพร่ระบาดลุกลามจากแหล่งน้ำจืดลงสู่อ่าวไทย โดยเฉพาะพื้นที่ชายฝั่งสมุทรสงคราม สมุทรสาคร และจังหวัดรอบอ่าวไทย ที่เริ่มพบการระบาดในเขตน้ำกร่อยและป่าชายเลนมากขึ้น จนชาวประมงพื้นบ้านหลายพื้นที่เริ่มกังวลว่า วิกฤตครั้งนี้อาจไม่ใช่เพียงปัญหาสัตว์ต่างถิ่น แต่กำลังกลายเป็นภ ัยคุกคามต่อระบบนิเวศทะเลไทยทั้งระบบ

นายปัญญา โตกทอง แกนนำเครือข่ายประชาคมคนรักแม่กลอง ชาวตำบลแพรกหนามแดง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทร สงคราม เปิดเผยว่า ขณะนี้ชาวบ้านหลายพื้นที่เริ่มพบปลาหมอคางดำกระจายตัวลงสู่พื้นที่ชายฝั่งและป่าชายเลนมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องน่ากังวลอย่างมาก เพราะบริเวณดังกล่าวถือเป็น “ห้องอนุบาลธรรมชาติ” ของสัตว์น้ำทะเลไทย
“สัตว์น้ำทะเลส่วนใหญ่มีวงจรชีวิตละเอียดอ่อน พ่อแม่พันธุ์จะวางไข่ในทะเล ก่อนที่ลูกสัตว์น้ำจะลอยเข้าฝั่งมาเติบโตในป่าชายเลน น้ำกร่อย และแหล่งหญ้าทะเล หากปลาหมอคางดำเข้าไปยึดพื้นที่พวกนี้ มันจะกินลูกกุ้ง ลูกปู ลูกปลา จนห่วงโซ่อาหารเสียสมดุล”

โดย นายปัญญา ระบุว่า ป่าชายเลนเปรียบเสมือน “มดลูกของท้องทะเล” เพราะเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อนจำนวนมหาศาล ก่อนเติบโตเป็นอาหารสำคัญของคนไทย แต่ปลาหมอคางดำกลับมีความสามารถในการขยายพันธุ์สูงผิดธรรม ชาติ ออกลูกได้ทุก 22 วัน หรือเกือบ 20 ครั้งต่อปี ต่างจากสัตว์น้ำทะเลไทยที่มีฤดูวางไข่เพียงปีละครั้ง
นอกจากนี้ ปลาหมอคางดำยังสามารถทนความเค็มได้สูงถึง 45 PPT อยู่ได้ทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย น้ำเสีย และทะเลน้ำตื้น จึงมีโอกาสแพร่กระจายตามแนวชายฝั่งอ่าวไทยได้รวดเร็ว โดยเฉพาะอ่าวไทยตอนในที่เป็นทะเลน้ำตื้น มีแม่น้ำหลายสายไหลมาบรรจบ เกิดความอุดมสมบูรณ์ของแพลงก์ตอนและสัตว์น้ำวัยอ่อน ซึ่งกลับกลายเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับปลาหมอคางดำเช่นกัน

น ยปัญญา มองว่า หลายฝ่ายยังประเมินสถานการณ์ต่ำเกินไป บางคนเชื่อว่าปลาทะเลจะช่วยกำจัดปลาหมอคางดำเอง แต่ในความเป็นจริง ปลาชนิดนี้มักอาศัยในเขตน้ำตื้นและป่าชายเลน ซึ่งแทบไม่มีผู้ล่าตามธรรมชาติ อีกทั้งสภาพอ่าวไทยแตกต่างจากประเทศหมู่เกาะอย่างฟิลิปปินส์ที่เป็นทะเลน้ำลึก จึงไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้“ถ้าปล่อยไว้อีก 10 ปี อ่าวไทยอาจเหลือปลาขยะเต็มทะเล แต่สัตว์น้ำเศรษฐกิจกลับลดลง คนไทยอาจสูญเสียความมั่นคงทางอาหารโดยไม่รู้ตัว”
นายปัญญา ยังตั้งคำถามถึงภาครัฐว่า แม้จะมีการจัดสัมมนาและประชุมกันหลายครั้ง แต่จนถึงวันนี้ยังไม่มีคำตอบชัด เจนว่า ปลาหมอคางดำถูกนำเข้ามาได้อย่างไร และจะมีมาตรการจัดการอย่างจริงจังเมื่อใด สำหรับแนวคิดการนำปลาหมอคางดำไปแปรรูปเป็นสินค้า OTOP หรืออาหารนั้น นายปัญญาเห็นว่า ตลาดยังไม่รองรับ เนื่องจากประชาชนไม่นิยมบริโภค และปริมาณปลาที่เพิ่มขึ้นมีจำนวนมหาศาลเกินกว่าตลาดจะดูดซับได้
ดังนั้น รัฐบาลจึงควรเร่งกำจัดปลาหมอคางดำออกจากระบบนิเวศอย่างต่อเนื่อง พร้อมนำไปใช้ประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรม เช่น ทำปลาป่น อาหารสัตว์ หรือปุ๋ยอินทรีย์ คล้ายกับการใช้งบประมาณกำจัดผักตบชวาในแต่ละปี วันนี้มันอาจเป็นแค่ปลาต่างถิ่น แต่ถ้ายังปล่อยไว้ วันหนึ่งปลาหมอคางดำอาจกลายเป็นเหมือนผักตบชวาที่กระจายเต็มทุกแหล่งน้ำของประเทศ และเมื่อถึงวันนั้น คนไทยอาจเหลือปลาขยะให้กินเพียงชนิดเดียว.

มรภ.ศรีสะเกษ ผนึกกำลังสื่อมวลชน สร้างเครือข่ายสื่อสารงานวิจัย ขับเคลื่อนภารกิจ “SES : ศรีสะเกษสุขเสมอกัน” มุ่งขจัดความยากจน
32
ข่าวประชาสัมพันธ์

ศิลปินภูไท ปิดฤดูกาลปี 2569 สุดยิ่งใหญ่ สืบสานมนต์เสน่ห์หมอลำภูไท สร้างความสุขส่งท้ายฤดูกาล ณ อำเภอคำม่วง กาฬสินธุ์
131
ศิลปวัฒธรรม-บันเทิง

ไอที-ยานยนต์
𝗡𝗘𝗫𝗭𝗧𝗘𝗥 𝗕𝗥𝗜𝗖 𝗦𝘂𝗽𝗲𝗿𝗯𝗶𝗸𝗲 สนามเปิดฤดูกาล ดึง “ตั๊ก บริบูรณ์, บอล-นุ้ย เชิญยิ้ม” ป่วนพิตวอล์ค ชวนเชียร์ กระทบไหล่นักบิด 21 มิ.ย
100

การศึกษา
สสวท. จับมือ ศธ. สพฐ. สวคท. และ มรภ.ราชนครินทร์ - จัดงาน วทร. ครั้งที่ 25

